Posts Tagged ‘my life’
ชาร์จแบตให้ชีิวิต
วันจันทร์ได้หยุดชดเชยจากวันพ่อ มีความรู้สึกแปลกๆ เพราะเคยต้องต้องตื่นแต่เช้ารีบไปทำงาน แต่กลับพบว่าตัวเองกำลังนอนกอดน้องไหม ลูกสาวคนเล็กอย่างมีความสุข อากาศกำลังเย็นสบาย จนพาลนึกไปว่าบนสวรรค์จะมีความสุขขนาดไหน ฮ่าๆๆๆ ว่าไปนั่น
วันนี้ภรรยาต้องไปทำงาน ส่วนผมก็ต้องแสดงบทบาทพ่อและแม่ของลูกโดยพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย แต่วันนีัได้สัญญากับน้องบัวว่าจะพาไปเล่นที่ เกาะลอย เลยต้องเอาน้องไหมลูกสาวคนเล็กไปฝากกับคุณแม่ไว้ก่อน

ยามเช้าที่เกาะลอย
ตะลุยโรงหมอ
หลังจากได้เกริ่นไว้ที่บล็อกที่แล้ว เรื่องการเอาเหล็กออกจากแขนลูกสาวของผม ตอนนี้ก็เรียบร้อยแล้ว รอวันที่ร่างกายจะทำการฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งต้องให้เป็นหน้าที่ของเวลาเท่านั้นครับ แล้วก็เลยเอารูปมาฝาก เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ลูกๆหลานด้วย ว่าอย่าเอาแต่่ซนอย่างเดียว ต้องรู้จักเชื่อฟังพ่อแม่บ้าง อ้อ รูปนี้ค่อนข้างหวาดเสียว เด็กควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำเวลาดู แต่ถ้าใจไม่แข็งห้ามดูเด็ดขาด ฮ่าๆ

หลังจากเอาเหล็กออกแล้ว
แล้ววันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นการ “ตะลุยโรงหมอ” ของผม งานนี้ไปเดี่ยวๆ ภรรยากับลูกๆไม่ได้ไปด้วย ก็ไปรพ.ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เลือกโปรแกรมการตรวจเสร็จ (ผมเลือกการตรวจเหมือนปีที่แล้ว) แต่ปีนี้พิเศษ ทางรพ.มีโปรโมชั่นจากราคาเก้าพันกว่าบาท ลดลงเหลือเพียงสี่พันกว่าบาทเท่านั้น
ขั้นตอนเริ่มแรกก็วัดสายตาประกอบแว่น เอ้ย ไม่ใช่ … วัดสายตาเฉยๆ แต่เค้าไม่ได้บอกอะไรนะครับว่าสั้นยาวเอียงเท่าไหร่ เสร็จแล้วก็ไปเจาะเลือด 10 ซีซี ตอนดูดตอนแรก หน้ามืดไปพักนึง จากนั้นก็ไปเอ็กซเรย์ทรวงอกด้านบน ต้องเต๊ะท่าแบบซุปเปอร์แมน คือยืนท้าวเอวและยกไหล่ขึ้น ต่อด้วยไปตรวจคลื่นหัวใจและประสิทธิภาพการสูบฉีดของเส้นเลือด มีการต่อสายระโยงระยางและมัดมือมัดเท้าอีก 4 จุด แล้วเครื่องนี่ก็จะค่อยๆบีบที่ละจุดไปเรื่อยๆ เห็นแล้วก็ทึ่ง คนเรานี่เก่งนะครับช่างคิดเครื่องไม้เครื่องมือแบบนี้ได้ ถ้าเอาความเก่งไปใช้ในทางที่ถูกนะครับ
จากนั้นก็ให้ผมกินน้ำเข้าไปเยอะๆ เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะมีน้ำเพื่อให้การทำอัลตร้าซาวด์ช่องท้องได้ผลที่แม่นยำยิ่งขึ้น ผมกินน้ำไป 4 แก้วกับอีก 6 กรวยกระดาษเล่นเอาอิ่มไปเลย ตอนทำพิธี เ้อ้ย อัลตร้าซาวด์นี่ เค้าเอาเจลเย็นเจี๊ยบทาบริเวณท้อง ตอนทาตอนแรกสะดุ้งโหยงเลย แอร์ก็เย็นอยู่แล้ว หมอเค้าก็สั่งหายใจเข้าหายใจออก พร้อมกับเอาอะไรไม่รู้เรียกไม่ถูก กดๆถูๆคลึงๆไปมาบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง แลัวเครื่องพิมพ์ก็พิมพ์ภาพออกมาเรื่อยๆ
พอเสร็จแล้ว ก็ให้ไปปัสสาวะพร้อมกับเก็บตัวอย่างมา 1 ขวดเล็กๆ แล้วก็พาผมไปเอ็กซเรย์การทำงานของหัวใจอีก เป็นอันเสร็จพิธีทั้งหมด ตอนนี้ก็ได้เวลากินข้าวเช้าแล้ว เค้ามีข้าวต้มกุ้งเตรียมไว้ให้ด้วย พออิ่มหนำสำราญ ก็นั่งรอฟังผลการวินิจฉัยของหมอประมาณ 1 ชม.
ผลการตรวจสุขภาพของผมปีนี้ แทบไม่มีอะไรแตกต่างจากปีที่แล้ว เจ้ากรดยูริกก็ยังสูงกว่าปกติเล็กน้อย ผมถูกคุณหมอสั่งให้งดอาหารพวกเครื่องในสัตว์ หน่อไม้ ยอดผัก แตงกวา ก๋วยเตี๋ยวน้ำเพราะน้ำต้มกระดูกมียูริกสูง และที่สำคัญที่สุด สั่งให้ผมเพลาๆการทานเบียร์ลง เฮ้อ … ลำบากใจจริงๆเล๊ย.
ปลดพันธนาการ
นับตั้งแต่วันที่น้องบัว ลูกสาวคนโตของผม ได้สร้างวีรกรรมอันโดดเด่น ด้วยการร่วมฉลอง “บันไดลิง” เครื่องเล่นใหม่เอี่ยมของโรงเรียน ถึงขนาดตกลงมา แขนหัก ต้องผ่าตัดดามเหล็กไว้ที่ข้อศอกซ้าย จนถึงวันนี้เป็นเวลาครบ 1 เดือนพอดีเป๊ะ ที่เธอต้องใช้ชีวิตโดยใช้เพียงแขนเดียว ตั้งแต่อาบน้ำ กินข้าว อ่านหนังสือ ว่ายน้ำ เอ่อ อันนี้ไม่ใช่ ซึ่งแต่ละอย่างนับว่าเป็นการมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากโดยแท้

น้องไหมกับพี่บัว
แล้วก็เข้าสู่เรื่องที่ผมจั่วหัวบล็อกเอาไว้ เพราะวันนี้เป็นวันที่คุณหมอนัดให้ไปเอาเหล็กที่ดามออกได้แล้ว สร้างความยินดีปรีดากระดี๊กระด๊าให้น้องบัวเป็นอย่างมาก เพราะจะได้วิ่งเล่นซะที เป็นงั้นไป แทนที่จะมีอารมณ์นึกกลัวนั่นกลัวนี่หรือกลัวเจ็บ เฮ่อ นี่แหละหนาเด็ก
ผมไปส่งลูกที่รพ.ไม่ได้ เพราะมีประชุมตอนเช้า และมีงานค้างที่ต้องสะสางให้เสร็จก่อนช่วงบ่าย เลยต้องให้แม่น้องบัวแสดงแทน พอทำงานไปได้สักพักใหญ่ กำลังเพลินๆ เหลือบมองนาฬิกาก็สิบโมงแล้ว ตอนนี้น่าจะเอาเหล็กออกเสร็จแล้ว ลองโทรไปถามไถ่อาการสักหน่อย ว่าเอาออกยังไง ฉีดยาชาหรือเปล่า ร้องไห้ไหม ปรากฏว่าคำตอบคือ เอาเหล็กออกเรียบร้อยแล้ว ไม่ฉีดยาอะไรทั้งนั้น ไม่ร้องสักแอะ ตอนนี้ไปเรียนหนังสือแล้ว !!!
อึ้งกิมกี่สิครับท่านผู้ชม…เจ้าเหล็กสองเส้นที่เหมือนไม้เสียบลูกชิ้น ที่โผล่ออกมาตรงปลายข้อศอกนั่นมันเอาออกง่ายๆเลยเหรอ แล้วตอนรูดเอาเหล็กออก ลองนึกภาพตอนเรารูดเอาลูกชิ้นออกจากไม้ดูนะครับ เนื้อลูกชิ้นมันยังยู่ไปมาเลย แล้วนี่มันเนื้อคนนะไม่ใช่ลูกชิ้น มันจะไม่เจ็บมั่งหรือไงนะ หรือว่าลูกสาวผมอึด ตอนที่แขนหักก็ไม่ร้องไห้สักแอะ จนหมองงว่าทนได้ยังไง แต่ก็ช่างมัน เอาออกแล้วก็แล้วไป หมดเรื่องหมดราวกันเสียที ห่วงแต่ลูกสาวผมนี่สิ เคยถามว่า ถ้าแขนหายแล้วจะไปเล่นเจ้าบันไดลิงนี่อีกหรือเปล่า … คำตอบคือ แน่นอนค่ะพ่อ ฮ่วย.
วันนี้หนาวกว่าเมื่อวาน
ถ้าถามว่าชอบอากาศหน้าไหนที่สุด ผมคิดว่าน่าจะบอกว่าหน้าหนาวนะ เพราะอากาศเย็นสบาย เข้าหน้าหนาวทีไร กลางวันสั้นกลางคืนยาวกว่าปกติ ทำงานน้อยลงได้นอนมากขึ้น พวกสาวๆก็เลือดฝาดฉีดบนใบหน้าน่ารักน่ามอง 55 อีกอย่างคือดอกไม้เมืองหนาว ก็แย่งกันออกดอกสวยสดมาให้ชื่นชมกันถ้วนหน้า แบบนี้นี่เองพอเข้าหน้าหนาวทีไร คนชอบเฮโลไปเที่ยวแถบเหนือและอีสานมากกว่าภาคอื่นๆ
ด้วยความที่เป็นคนเหนือโดยกำเนิด จำได้ว่าสมัยเด็กๆ พวกโลชั่นทั้งหลายยังไม่มีวางขายดาดดื่น หลากหลายยี่ห้อและสรรพคุณมากเหมือนสมัยนี้ แต่ใช้มะกรูดหนึ่งซีกบีบเอาน้ำมาชโลมแขนขา ไม่ให้แตกเป็นริ้วๆและมันก็ได้ผลจริงๆนะ พูดไปแล้วบรรยากาศสมัยเด็กๆก็หวนกลับมาอีกครั้ง 55
จากความทรงจำลางๆ ผมว่าสมัยผมเด็กๆ อากาศหนาวกว่านี้นะครับ ตอนไปเรียนนี่นั่งเรียนในห้องไม่ได้เลย ต้องเอาเก้าอี้ไปคนละตัว แล้วออกไปนั่งผิงแดดนอกห้อง ต้องใส่ถุงมือด้วย เพราะมันแข็งจับดินสอได้ แต่เขียนอะไรไม่ได้เลย มันหนาวมากๆ … เอ แต่หรือว่าเพราะผมย้ายมาอยู่ภาคตะวันออกนานแล้ว เลยรู้สึกว่าอากาศหนาวสู้สมัยก่อนไม่ได้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ

18 องศาเซลเซียส
วันนี้ตื่นเช้ารีบมาดูอุณหภูืมินอกบ้าน … 18 องศาเซลเซียส เย็นลงกว่าเมื่อ 2-3 วันก่อนนิดหน่อย สำหรับผมแล้วรู้สึกว่าเย็นสบายกำลังดีเลย เวลาตอนนั้นก็ 6 โมงเช้านิดหน่อย อีกไม่กี่วันก็ได้หยุดวันพ่ออีกแล้ว งานการก็ต้องรีบสะสาง รีบทำคะแนนให้เข้าตาฝ่ายบริหาร (แบบนี้เรียกว่าพวกแอคทีฟเฉพาะปลายปี 55) แล้วต้องคอยลุ้นอีกว่าปีนี้โบนัสจะคลอดออกมาเท่าไหร่ มิหนำซ้ำต้องรีบมองหาที่เที่ยวปลายปีอีก เดี๋ยวจะอดซะหมด เห็นไม๊ว่างานเยอะจริงๆ.
ตรวจสุขภาพประจำปีกันเถอะ
เมื่อวานมีข่าวนักการเมืองอาวุโสท่านหนึ่ง เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ทั้งๆที่ได้ข่าวว่าอาการเพิ่งทรุดลงเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อนนี่เอง เลยรู้สึกว่าถึงคุณจะร่ำรวยเงินทองมากมายมหาศาลขนาดไหน แต่ยังไงคุณก็ซื้อสุขภาพที่ดีให้ตัวเองไม่ได้ แล้วพอมานึกย้อนถึงตัวเอง ก็ทำให้ผมเสียวสันหลังเหมือนกัน เพราะนี่ก็ถึงเวลาของการตรวจสุขภาพประจำปีอีกแล้ว หลังจากที่ตรวจร่างกายครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนนี้ของปีก่อน ก็เลยต้องบอกตัวเองว่า ถึงเวลาที่จะต้องตลุยโรงหมออีกครั้งหนึ่งแล้ว

โปรแกรมตรวจร่างกายประจำปี
บังเอิญบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ท่านมีจิตอันเป็นกุศลกลัวพนักงานตายในหน้าที่มาก เลยจัดงบให้ส่วนหนึ่งให้พนักงานได้ไปตรวจสุขภาพกันเอาเองตามอัธยาศัยตามแต่สะดวกและศรัทธา แล้วค่อยเอาบิลมาเบิกกับบริษัททีหลัง ซึ่งผมก็เลือกเอาโปรแกรมตามรูปบน ซึ่งสะดวกเพราะอยู่ใกล้บ้านด้วย แต่ขอสงวนชื่อโรงพยาบาลไว้หน่อยเพราะไม่ได้ค่าโฆษณา 55
จำได้ว่าขั้นตอนการตรวจร่างกายก็คือ งดอาหารและน้ำหลังสองทุ่ม (เอ หรือสี่ทุ่มนะ ชักไม่แน่ใจ) ก่อนตรวจร่างกายวันถัดไป และก็ต้องไปกันแต่เช้า และห้ามทานอาหารเช้าหรือน้ำ ไปถึงก็เจาะเลือดก่อน ดูดไปประมาณ 10 ซีซี ได้มังครับ (เต็มหลอดนั่นแหละ) แล้วเค้าก็พาไปเอ็กซเรย์คลื่นหัวใจ ตรวจปัสสาวะ อัลตร้าซาวด์ช่องท้องด้านบน เอ็กซเรย์ปอดและหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือด ตรวจปริมาณไขมันคลอเลสเตอรอล ปริมาณไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ตรวจหามะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเซี่ยงจี๊ เออ อัันนี้ไม่ใชนี่หว่า โอ้ย เยอะแยะไปหมด น่าทึ่งนะครับ แค่เลือดของเราอย่างเดียวเนี่ย สามารถตรวจหาโรคอะไรๆำได้เยอะแยะเลย
หลังจากตรวจอะไรๆไปหมดแล้ว เราเลือกได้ว่าจะเอาผลตรวจกลับบ้านเลย หรือรอคุณหมอท่านวินิจฉัยผลการตรวจให้ ซึ่งก็ร้อยทั้งร้อยรอหมอทั้งนั้นแหละครับ เพราะผลที่ออกมามีแต่ภาษาอังกฤษกับตัวเลข ไม่รู้เรื่องหรอก ซึ่งผลการตรวจสุขภาพของผม (ปีที่แล้ว) ก็ปกติดี มีแต่ว่ามีกรดยูริกสูงไปหน่อย และมีไขมันส่วนเกินอยู่ในตับเล็กน้อย รอดไปปีนึง ส่วนปีนี้จะเป็นยังไงก็ต้องรอวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย.นี้แหละครับ.