Posts Tagged ‘My Diary’
นอนไม่หลับ
เมื่อวานหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว พอประมาณสองทุ่ม หน้าที่ของผมก็คือพาเจ้าลูกสาวตัวน้อยเข้านอน ตอนนั้นอากาศกำลังเย็นสบาย พอหนูน้อยกินนมหมดขวดตาก็เริ่มปรือแล้ว และอีกพักเดียวก็เข้าสู่นิทรา ส่วนต้วผมเองกล่อมไปกล่อมมาไหงเป็นว่าหลับไปพร้อมกับลูกไปได้ก็ไม่รู้ ฮ่ะฮ่ะ
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่อาจทราบได้ ก็ต้องสะดุ้งตื่นด้วยเสียงร้องไห้จ้าของเจ้าตัวน้อย เธอดิ้นพราดๆเหมือนกับกำลังตกใจกลัวอะไรสักอย่างแต่ดวงตาปิดสนิท อ้อ คงจะฝันร้ายมั้ง ความจริงเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เธอเคยเป็นแบบนี้มาครั้งนึงแล้ว แต่เธอยังเด็กมาก คงจะยังแยกไม่ออกระหว่างความฝันกับความจริงน่ะ
ผมรีบเอาลูกมากอดแนบอก พร้อมทั้งปลอบขวัญไปด้วย ใช้เวลาอยู่พักใหญ่จึงสงบลง แล้วเธอก็นอนหลับต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมดูเวลาตอนนั้นเกือบตีหนึ่งแล้ว ก็เข้านอนต่อ แต่ว่า … เกิดเรื่องแล้วสิ ตาค้างนอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมายังไงก็ไม่ยอมหลับ เปิดทีวีดูซะเลย ดูช่อง Fashion TV ซะหน่อยซิ ไม่ได้ดูนานแล้ว กดเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมา อ้าว เฮ้ยนี่ตีห้าแล้วเหรอเนี่ย อาบน้ำแต่งตัวเตรียมมาทำงานเลยแล้วกัน
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ตีห้าครึ่ง สมาชิกในบ้านยังไม่ตื่นซักคน ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกบ้านดีกว่า นานๆจะมีโอกาสแบบนี้ซักที แล้วก็จริงๆด้วย อากาศสดชื่นมากและเย็นสบายด้วยลมหนาวเอื่อยๆ สิ่งที่เห็นต่อมาก็คือแสงอาทิตย์เริ่มจะโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า ก็รีบเอาเจ้า Z3 เก็บภาพมาฝากกันนี่แหละ
ขณะที่กำลังดื่มด่ำกับความสงบและอากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ เสียงสมาชิกในบ้านก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว อ้อ เริ่มตื่นกันแล้ว ตอนนั้นก็หกโมงเกือบครึ่ง ผมก็ขับรถมาทำงาน ทานข้าวเช้าเสร็จขึ้นออฟฟิศ ทำงานไปเรื่อยๆ ขณะนี้แปดโมงครึ่ง เวรกรรม … มันเริ่มมาง่วงเอาตอนนี้ซะด้วย เอ๊า … ต้องเอากาแฟเป็นตัวช่วยซะแล้ว จบเลยละกันครับ.
กำลังใจ
วันนี้รีบตื่นแต่เช้า เพื่อพาน้องบัว (ลูกสาวที่แขนหัก) ไปโรงพยาบาลตามที่หมอนัดไปเอ็กซ์เรย์กระดูกว่าเป็นยังไงมั่ง หลังจากสองอาทิตย์ผ่านไป ที่ต้องไปแต่เช้าก็เพราะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ และใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่าคนเยอะมาก
ไปถึงรพ.ประมาณ 7.30 น. กรอกแบบฟอร์มการเข้ารักษาเสร็จ ก็ไปยื่นขอแบบฟอร์มการใช้สิทธิ์ที่ช่อง 4 ได้เอกสารมาปึกนึง แล้วให้ไปรอที่ห้อง 13 ซึ่งเป็นห้องศัลยกรรมกระดูก ตอนนั้นก็เพิ่งแปดโมง พยาบาลก็ประกาศว่าคุณหมอจะเข้าตรวจประมาณ 9 โมงถึง 9 โมงครึ่ง คนไข้ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผมก็คิดว่าเอาไงดีหว่า ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้ทาน แต่น้องบัวทานมาจากบ้านแล้ว
ขณะที่กำลังชั่งใจว่าจะไปทานข้าวก่อนดีไหม เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อให้ไปเอ็กซ์เรย์ที่ห้อง 28 แผนการที่จะออกไปหาอะไรรองท้องก่อนก็ต้องงด พอไปเอ็กซ์เรย์ได้ฟิล์มแล้วก็กลับมาที่ห้องเดิม ตอนนั้นก็ 9 โมงเช้าพอดี นั่งรออีกประมาณ 20 นาที เค้าก็เรียกไปตรวจ ก็พบกับคุณหมอคนที่เคยผ่าตัดให้กับน้องบัวนั่นเอง
พอแกะผ้าพันแผลออก ผมเพิ่งเห็นว่ามีเหล็ก 2 เส้น เส้นเท่าไม้จิ้มฟันแทงทะลุเนื้อออกมา หมอดูฟิล์มเอ็กซ์เรย์แล้วบอกว่า ตอนนี้กระดูกยึดติดกันแล้ว มองจากฟิล์มคล้ายกับการต่อกิ่งต้นไ้ม้เลยแฮะ คุณหมอบอกว่าอีกสองอาทิตย์ ก็ให้มาเอาเหล็กออกได้เลย ไชโย แต่ที่ผมพลาดไปถนัดใจก็คือ ลืมถามคุณหมอว่า เอาเหล็กออกเนี่ย เอาออกยังไง จะต้องผ่าตัดอีกครั้งรึเปล่า ?
พูดถึงการบริการของรพ.ก็โอเค ผมก็เห็นเค้าทำกันเต็มที่แล้วนะ ไม่ได้หยุดหย่อนเหมือนกัน อย่าไปว่าอะไรมากนักเลย คนไทยด้วยกัน ไม่ควรทะเลาะกัน แฮ่ๆ แวะมาเรื่องนี้จนได้ พอได้ใบนัดเพื่อมาเอาเหล็กออกของคุณหมอแล้ว ก็รีบพาน้องบัวไปส่งที่โรงเรียน ส่วนตัวเองก็แน่บมาที่ทำงาน แล้วเขียนบล็อกเฉพาะกาลนี้เลยทันที นี่แหละครับ ตอนนี้โลกก็กลับมามีสีสันสดใสสำหรับผมอีกครั้ง เยส.
เมื่อลูกสาวป่วย
เมื่อวานตอนตอนบ่ายสามโมง พาน้องบัวลูกสาวคนโตไปว่ายน้ำ พอไปถึงสระก็เห็นเมฆฝนตั้งเค้า ก็คิดว่าวันนี้งดดีไม๊ แต่ลูกสาวรบเร้ามาก ก็เลยต้องยอมตามใจ เพราะเห็นว่าสอบก็เสร็จแล้ว อีกอย่างไม่ได้พามาเล่นน้ำตั้งสองอาทิตย์แล้ว

น้องบัว
พอลูกลงสระ เราก็แว่บออกมาหาอะไรเย็นๆดื่มแก้กระหาย
พร้อมกับนั่งอ่าน twitter บนเจ้า nokia n73 ไปด้วย (อ่านอย่างเดียว ทวิตไม่ไหว) พอเวลาผ่านไปซักพัก ก็มีโทรศัพท์เข้ามา เบอร์ไม่ได้เมมไว้ … เอ ใครหว่า
“ฮัลโหล หวัดดีค่ะ พ่อน้องบัวรึเปล่าคะ ?” อ้าว … เสียงครูสอนว่ายน้ำนี่นา
“ใช่ครับ … ”
“น้องบัวเลิกเล่นน้ำแล้ว บอกว่าหนาวมาก ตอนนี้รอให้มารับกลับบ้านค่ะ” … “ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้ครับ”
พอไปถึง ลูกนั่งตัวสั่นงันงกอยู่กับคุณครู ก็แปลกใจ เพราะปกติเล่นน้ำแค่นี้ ลูกสาวอึดสบายมาก ไม่มีเสียล่ะที่จะขอเลิกก่อน มีแต่ขอต่อเวลา แต่พอเห็นสภาพเธอ ก็เลยรีบพากลับบ้าน แล้วบอกให้อาบน้ำสระผมทันที และห้ามเล่นน้ำเด็ดขาดเพราะจะเป็นไข้
พอสั่งเสร็จเราก็ไปทำอย่างอื่น พอนึกขึ้นได้ เวลาผ่านไปเกือบ 30 นาที ไปดูที่ห้องน้ำ แม่เจ้าประคุณยังเล่นน้ำอุ่นอยู่เลย เลยต้องมีการเอ็ดกันเล็กน้อย ทำไมเป็นพ่อถึงสั่งลูกไม่ได้ ฮึ
พอหล่อนอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัว แป๊ปเดียวเท่านั้น ขอบตาก็แดง หนาวสั่นงันงก เพราะพิษไข้กำเริบ เลยต้องให้กินยาเทมปร้า (ยานี้ต้องมีประจำบ้านนะครับ) แล้วให้นอนพัก ดีว่าโรงเรียนปิดเทอมแล้ว วันจันทร์อยู่บ้าน … นี่แหละหนา ใครว่าลูกผู้หญิงไม่ดื้อ ขอเถียงใจขาดเลยว่ะ …
สุขสันต์วันเกิดจ้ะ .. ลูกรัก
วันนี้เมื่อ 8 ปีก่อน เป็นวันที่พ่อตื่นเต้นที่สุด เพราะมีเด็กคนหนึ่งคลอดออกมา หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง และที่สำคัญที่สุด … เธอคนนั้น ก็คือลูกสาวของพ่อเอง
“บัว” เป็นชื่อที่พ่อตั้งใจไว้นานมากแล้วว่า ถ้าวันหนึ่งได้มีลูกเป็นของตัวเอง จะตั้งชื่อนี้ให้ลูก (ตอนนั้น ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่า ถ้าลูกเป็นผู้ชายจะทำไง) สาเหตุไม่มีอะไรมาก พ่อชอบชื่อไทยๆน่ะ พ่อว่ามันหวานน่ารักดี ไม่ค่อยชื่อแบบฝรั่งเท่าไหร่

วันเกิดครบรอบ 8 ขวบ
พอได้เวลาที่ต้องแจ้งเกิดให้ทางอำเภอ ปัญหาก็เกิด “แล้วจะตั้งชื่อจริงลูกว่าอะำไรดี ?” ใครที่เคยมีลูก คงรู้ดีว่ามันสับสนไปหมด จะเอาชื่ออะไรดีหว่า ว่าแล้วก็ต้องปรึกษาอากู๋
แม่เจ้า … เจอเพียบ แต่ยิ่งปวดหัวหนัก อะไรหว่า อักษรนำวรรคเดช วรรคศรี พยัญชนะและวรรณยุกต์ที่เป็นกาลกิณี เยอะแยะมากมาย … แต่ในที่สุด ก็ได้มา 1 ชื่อ (เลือกอยู่สามวันแน่ะ) ซึ่งเราเห็นพ้องกันว่า ชื่อนี้ดีที่สุดแล้ว(มั้ง) … “ณัฐกมล” มีความหมายว่า “นักปราชญ์ผู้บริสุทธิ์ดุจดอกบัว”
วันนี้น้องบัวอยู่ป.2 แล้ว การเรียนนับว่าใช้ได้ (ได้เกรด 4 ทุกเทอม) เธอเป็นเด็กค่อนข้างซนติดๆจะไฮเปอร์ด้วยซ้ำ ขนาดแข่งกีฬาสี ก็ยังได้เหรียญทองกระโดดไกล 3 ปีซ้อน (ตั้งแต่อนุบาล 3 ถึงป.2)
นับแต่นี้ต่อไป น้องบัวจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น พ่อจะเฝ้าดูพัฒนาการของลูกอย่างชื่นชมระคนเป็นห่วง พ่อคงต้องบอกน้องบัวว่า พ่อไม่มีสมบัติพัสถานอะไรจะให้ นอกจากปัญญา ที่น้องบัวจะต้องขวนขวายพากเพียรเอาเอง อย่าลืมว่า “ทรัพย์สมบัติใด เสมอด้วยปัญญา ไม่มี”
รักลูก (แม้ว่าลูกจะซนไปหน่อย 55)

