Posts Tagged ‘movie’

AVATAR


AVATAR

AVATAR

เรื่องย่อ :

เจค อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่ถูกเรียกมาปฎิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษที่จะต้องเปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่า โดยเจคต้องเข้าไปสอดแนมในกลุ่มของนาวี เพื่อนำทางให้มนุษย์เข้าไปตักตวงแร่อันมีค่าของที่นั่น แต่ยิ่งเจค ได้สัมผัสชีวิตบนดาวแพนดอร่า มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลกและความรัก ความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคตของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน …

เรื่องนี้กำกับโดย James Cameron ที่เคยทำชื่อเสียงอย่างมากมายมาแล้วกับ The Abyss, True Lies, Aliens, Terminator I,II, Titanic ฯลฯ เรื่องนี้เขาใช้เวลาในการทำถึง 4 ปี ด้วย CG ที่เน้นให้ชมในโรงภาพยนตร์ 3D นำแสดงโดย Sam Worthington, Zoe Saldana, Sigourney Weaver, Michelle Rodriguez, Stephen Lang, Joel David Moore, Giovanni Ribisi

กำหนดฉายวันที่ 18 ธันวาคม 2552 นี้ครับ ดูคลิปจาก YouTube แล้วก็อยากดูมากๆ

2012 ฤาจะเป็นวันสิ้นโลก



ช่วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ มีภัยพิบัติจากธรรมชาติเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน เช่น พายุไซโคลนนาร์กิสที่ถล่มพม่ามีคนตายหลายหมื่นคน เหตุแผ่นดินถล่มในมณฑลเสฉวนของจีน พายุไต้ฝุ่นเกดสะหนาถล่มฟิลิปปินส์ ไ้ต้ฝุ่นป้าหม่าถล่มเวียดนาม ฯลฯ

มีผู้สันทัดกรณีบางท่านบอกว่า สาเหตุเพราะโลกร้อนกว่าเมื่อก่อน และได้ทำการทดลองจนสรุปได้ว่า ถ้าโลกร้อนขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส จะมีอิทธิพลทำให้ลมพายุมีความรุนแรงขึ้น 6 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว แล้วถ้าเราลองสังเกตุดีๆ จะพบว่าในปีนี้เกิดพายุระดับรุนแรงมากกว่า 10 ลูกทั่วโลก ซึ่งนับว่ามากกว่าเมื่อหลายปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด

ทีนี้ก็มาถึงหนังฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า “2012″ ซึ่งเป็นหนังที่เกี่ยวกับภัยพิบัติจากธรรมชาติที่ลงโทษมนุษยชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคำทำนายที่ผู้กล่าวอ้างถึง เป็นอย่างไรมาดูกันครับ

หลายปีก่อนมีเรื่องพิสดารเกิดขึ้น เมื่อนาย กอร์ดอน (Gordon-Michael Scallion) ชาวอเมริกันที่เคยเสียชีวิตเมื่อปี 1979 แต่กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็อ้างว่า ได้รับพรสวรรค์ที่หยั่งรู้อนาคต เขามักจะเดินทางไปอยู่บนพื้นที่สูงๆ บนภูเขา แล้วมองลงมาเห็นภาพในอนาคต โดยเฉพาะภาพของเมืองที่เปลี่ยนไป และโลกที่จะเกิดขึ้นมาใหม่

คนที่เชื่อถือนายกอร์ดอนนั้นมีไม่น้อย เพราะได้เคยฝากผลงานการทำนายที่แม่นยำเอาไว้ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในลอสแองเจอริส เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2535, เหตุการณ์แผ่นดินไหวในแคลิฟอร์เนียเมื่อ มกราคม 2537 รวมอีกหลายเหตุการณ์ที่เขาทายไว้แล้วอย่างแม่นยำ

แต่คำทำนายน่าตื่นเต้นที่เขาพูดไว้เมื่อปี พ.ศ.2521 ก็คือว่าเขาเห็นตัวเองลอยอยู่เหนืออวกาศ แล้วมองลงมาบนโลก ด้วยภาพแผนที่โลกใหม่ เขาจึงใช้เวลาอยู่ 4 ปี ที่จะร่างแผนที่โลกอนาคตที่เห็นคนเดียวนั้นออกมาสู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งให้คำอธิบายไว้ว่า โลกที่แปรเปลี่ยนไปนี้จะเกิดจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ทำให้ทวีปของโลกเคลื่อนไปหมด และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1998-2012 หรือ พ.ศ.2541-2555 นั่นเอง

ความเชื่อนี้สอดคล้องกับคำทำนายของอีกหลายคน เช่น นาย ฮูเซลีนโย่ (Juseleeno ) ชาวบราซิล ที่มองเห็นอนาคตล่วงหน้าด้วยตานิมิต สิ่งที่เขาเห็นแบบเดียวกับกอร์ดอนเห็นก็คือ โลกจะพังพินาศด้วยภัยธรรมชาตินานัปการ เป็นต้นว่า ในปี 2551 นี้ ญี่ปุ่นจะเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงจีน มีการเสียชีวิตนับล้านคน (ปี 2548 เกิดแผ่นดินไหวที่เสฉวนของจีน พายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มพม่า เกิดแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทรนับครั้งไม่ถ้วน) และจะเกิดการก่อการร้ายครั้งใหญ่ในอเมริกา ปี 2553 ทวีปแอฟริกาจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก และปี 2554 จะเกิดโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่ฆ่ามนุษย์ วิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ จนถึงปี 2557 ดาวเคราะห์ขนาดเล็กจะชนกับโลก จนถึงปี 2558 มนุษย์จะตายเพราะทนความร้อนไม่ได้

สำหรับ “อูแรนเดอร์ โอลิเวียร่า” ผู้ซึ่งอ้างว่าเคยได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวผู้โด่งดังนั้น ก็อ้างว่าเขามีโทรจิตที่เห็นภาพอนาคตจากการบอกเล่าของมนุษย์ต่างดาว ว่าในปี ค.ศ.2012 นั้น จะมีแสงสว่างมากที่สุดในกาแลกซี่และสะท้อนไปยังดาวเคราะห์ที่โคจรรอบตัว สิ่งมีชีวิตและโลกจะปั่นป่วนอย่างยิ่ง อันนี้เหมือนโม้แฮะ

ด้วยความเชื่อเหล่านี้ บวกกับความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ จึงมีผู้คาดการณ์วันอันน่าระทึกเอาไว้ที่วันที่ 21 เดือน ธันวาคม ค.ศ.2012 นั้นเป็นวันเริ่มต้นกระบวนการดับสูญของโลก หรือ “Doomsday -21/12/12” โดยคาดการณ์ว่าเป็นวันที่พระอาทิตย์จะเดินทางมาอยู่ยังศูนย์กลางของกาแลกซี่ ทำให้โลกดวงเล็กๆ ของเราคลอนโยกเยกและปลิวไปมา กระทั่งอาจจะต้องดับสูญลงไป โดยขณะนี้มีผู้จำลองเหตุการณ์ของ Doomsday แบบมัลติมีเดียไว้ในเวบไซต์ของ YouTube มากกว่า 20 ชุด

มีผู้อธิบายปรากฏการณ์นี้ในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า เกิดจากการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ Hyderabad คำนวณการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้สลับตำแหน่งกัน ว่ามีคุณสมบัติแม่เหล็กพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ทุกๆ 11 ปี และจะก่อพลังงานสูงสุดได้ในปี 2012 อย่างไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดเมื่อหลายล้านปีก่อน

อย่างไรก็ดี มีผู้ออกความเห็นมากมายที่ยังเชื่อว่า ปี 2012 อาจไม่ใช่วันสิ้นโลก แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะเห็นโฉมหน้าของโลกใหม่ เรากลับมาที่แผนที่โลกของนายกอร์ดอนอีกครั้ง ซึ่งแผนที่ฉบับนี้ (Future Map Of The World) ได้ระบุเหตุการณ์ไว้มากมาย สรุปที่สำคัญๆ ได้เป็นต้นว่า

ออสเตรเลีย จะเสียแผ่นดินไป 25% จากน้ำท่วม, นิวซีแลนด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะแผ่นดินเก่าและใหม่จะเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน นิวซีแลนด์ห่างไกลจากทะเลมาก แอฟริกาจะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน แม่น้ำไนล์จะกว้างกว่าเดิมมาก ทะเลแดงจะกว้างออก ทำให้กรุงไคโรจมหายไปในทะเล เช่นเดียวกับเกาะมาดากัสการ์

จะมีแผ่นดินเกิดใหม่ในทะเลอาหรับ ทะเลสาปวิคอเรียจะรวมเข้ากับทะเลสาบยาซาไหลสู่มหาสมุทรอินเดีย ส่วนอเมริกาใต้จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ลุ่มน้ำอะเมซอนจะกลายเป็นทะเลปิดแบบเดียวกับทะเลสาปสงขลา ในเมกซิโกจะเกิดภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวต่อเนื่องยาวนาน 25 ศตวรรษ ส่วนยุโรปตอนเหนือจะจมลงทะเล เหลือแค่เกาะเล็กๆ รัสเซียจะแยกจากยุโรป เกิดทะเลใหญ่ยาวมาก ฝรั่งเศสจะจมน้ำเหลือแต่กรุงปารีส ทางน้ำใหม่จะแยกสวิสเซอร์แลนด์ออกจากฝรั่งเศส และอิตาลี เวนิส เนเปิ้ล รวมถึงโรมจะจมน้ำหายไปในทะเล ฯลฯ

มาดูฝั่งเอเชียของเรากันบ้าง แผนที่ใหม่นี้ได้บอกว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะทำให้เกิดน้ำท่วมตั้งแต่ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ไปจนถึงทะเลแบริ่งซึ่งอยู่ระหว่างอะลาสก้ากับรัสเซีย เกาะญี่ปุ่นจึงจะจมหายไปหมด เหลือไว้แค่ 2-3 เกาะเท่านั้น ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ และไต้หวันกับเกาหลี ก็จะหายจมไปในทะเล ดังนั้น แนวฝั่งของจีนก็จะร่นเข้าไปในแผ่นดินใหญ่หลายร้อยไมล์ทีเดียว อินโดนีเซียจะถูกทำลาย เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ เอเชียจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงมากเพราะตั้งอยู่บน 3 ทวีป ส่วนไทยนั้นอยู่บนแผ่นทวีปของยูเรเซี่ยน ซึ่งจะเกิดการยกตัวให้สูงขึ้น แผ่นแปซิฟิกจะเคลื่อนไป 9 องศา ดังนั้น บางส่วนจะมุดตัวลง บางส่วนจะยกตัวขึ้น

ผลสรุปการทำนายก็คือ ประเทศไทยจะยังเหลืออยู่บางส่วนตามภาพที่ขยายออกมา ซึ่งคงได้ยินกันมาอยู่บ้างว่า ประเทศไทยจะเหลือมากที่สุดคือภาคเหนือ ส่วนอีสานบางส่วน และภาคใต้จะจมลงไปในทะเลพร้อมกับมาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ส่วนชายฝั่งทะเลจะมาอยู่ที่ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัยและตาก และแม่น้ำโขงจะกลายจากแม่น้ำเป็นทะเล.

ทั้งหมดนี้ โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านและพิจารณานะครับ และขอให้ทุกคนจงอย่าประมาทและระมัดระวังตนให้พร้อมไว้ก็พอ คิดเสียว่า อะไรมันจะเกิด มันก็ต้องเกิด.

ปล. ดูคลิปจาก Youtube อันนี้แล้ว CG สุดยอดมากเลย อยากดูมากๆ หนังจะเข้าฉายพฤศจิกายนปีนี้ครับ

FlashDance (What a feeling)



สาวน้อยอเล็กซ์ (นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ บีลส์) ต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อให้บรรลุจุดหมายในการเป็นนักเต้นมีระดับ แต่สภาพเศรษฐกิจบีบบังคับ ให้ต้องทำงานเป็นช่างเชื่อมโลหะตอนกลางวัน และนักเต้นในตอนกลางคืน เธอดิ้นรนเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในสถาบันบัลเลต์อันทรงเกียรติ ท่ามกลางมรสุมชีวิตมากมาย

Flashdance หรือในชื่อไทยว่า “แฟลชแด๊นซ์ .. ไม่มีวันฝันสลาย” เป็นหนังรักโรแมนติก/คอมอดี้ ออกฉายในเดือนเมษายน ปี 1983 เป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของ Don Simpson และ Jerry Bruckheimer กำกับโดย Adrian Lyne ผู้กำกับชาวอังกฤษ ตัวหนังได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ดีนักจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากมายบน Box office แต่น่าแปลกใจที่หนังเรื่องนี้ กลายเป็นหนังทำเงินมากในสหรัฐเป็นอันดับสามในปีนั้น และทำรายได้ทั่วโลกกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และเพลงนี้ ก็ได้รับรางวัลอะคาเดมีอีกด้วย ซึ่งร้องโดย Irene Cara.

The Sound of Music – Do Re Mi



The Sound Of Music หรือในชื่อไทย “มนต์รักเพลงสวรรค์” ที่ออกฉายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1965 (พ.ศ. 2508) นำแสดงโดย Julie Andrews และ Christopher Plummer โดยที่เพลงนี้ Julie Andrews ก็ได้เป็นผู้ร้องเองด้วย สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นสามารถทำรายได้ไปถึง 72 ล้านเหรียญ ซึ่งทำลายสถิติของ Gone with the wind ที่ครองมากว่าสามทศวรรษไป นอกจากนั้นภาพยนต์เรื่องนี้ก็ยังคว้า รางวัล Oscar ไปถึง 5 รางวัลอีกด้วย

“Do a deer a female deer Ray a drop of golden sun …” ขึ้นต้นมาประโยคนี้ สำหรับคนที่อายุซักเลขสามขึ้นไป คิดว่าคงคุ้นเคยดี ผมเองนั้นได้ดูเรื่องนี้ครั้งแรกนานมาแล้วตั้งแต่เพิ่งเข้าวัยรุ่น และได้ดูมาตลอดจากทีวีบ้าง เคเบิ้ลบ้าง ตอนนี้คิดว่ามากกว่า 5 ครั้งแล้วครับ ดูทุกครั้งก็อบอุ่นซาบซึ้งใจทุกครั้งเหมือนกัน แล้วเรื่องนี้ยังมีเพลงเพราะๆอีกมากนะครับ เช่น “Edelweiss”, “My Favorite Things”, “Climb Ev’ry Mountain”, “Do-Re-Mi”, “Sixteen Going on Seventeen” และ “The Lonely Goatherd” รวมถึงเพลงนำเรื่องที่มีชื่อเดียวกับชื่อเรื่องด้วย คือเพลง “The Sound of Music” ไว้ว่างๆจะหามาให้ฟังกันนะครับ

วันนี้ชักคิดถึง เลยไปหาใน Youtube เจอ MV นี้เข้า เป็นเพลง Do-Re-Mi ร่วมสมัย เค้าบอกว่า ถ่ายทำที่ Central Station เมือง antwerp ประเทศเบลเยี่ยม และมีคนร่วมกิจกรรมนี้กว่า 200 คนเลยทีเดียว น่ารักมากๆครับ.

Advertisement
พันธมิตรมาเยี่ยม
Advertisement
บล็อกเพื่อนพันธมิตร
บล็อกไอ้ติวเตอร์ บล็อกลิงกินผัก บล็อกนายเอก บล็อกหมออนาเมา บล็อกที่ว่างของใจ บล็อกเก่งดอทคอม บล็อกเซฟตี้7 บล็อกนายเดย์ บล็อกโกศลทอล์ก บอมบิคดอทคอม บล็อกพ่อน้องปันปัน บล็อกนายแม็กซ์ บล็อกนายเม่น บล็อกพ่อน้องติวเตอร์
บทความเก่า