Posts Tagged ‘diary online’

กลับสู่ความจริง


วันหยุดปีใหม่ 5 วันที่ผ่านมา นับเป็นวันหยุดที่แปลกสำหรับผม เพราะทุกๆปี ถึงจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ อย่างน้อยก็ต้องไปเที่ยวแถวพัทยา หรือเดินเที่ยวห้างเล่นให้เย็นใจ แต่กลับเป็นว่าปีนี้ว่างเปล่า นั่งเล่นนอนเล่นอยู่กับบ้าน ดังนั้นสิ่งที่เติมเต็มให้ชีวิตผมได้ มันก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง เล่นกับลูก ดูทีวี ดีวีดี และจัดการเจ้า บักจอห์นย่าง ขนาด 1 ลิตรขวดนี้ที่มีปริมาณเหลืออยู่ประมาน 80 เปอร์เซนต์ กลับมาที่บ้าน และภาระหน้าที่ที่เหลืออยู่ก็คือ “ดวด” มันให้หมด อย่าให้เสีย และมันก็หมดเกลี้ยงไปในอีกหนึ่งวันผ่านไป อือ ฟ้งดูเหมือนตายอดตายอยากแอลกอฮอล์มาจากไหนงั้นแหละ :)

จากผลงานการดวดอย่างเอาเป็นเอาตาย ปรากฏว่าวันที่เหลือไม่มีอะไรจะทานแล้วสิ เอาไงดี ก็เบียร์ไง จิบไปได้เรื่อยๆตลอดวัน และแล้วสภาพการ “กรึ่ม” ตลอดวัน ก็เป็นความรู้สึกที่แปลกไปอีกแบบ ด้วยเหตุที่ไม่เคยประพฤติแบบนี้มาก่อน (เด็ก สตรี และคนชรา ไม่ควรลอกเลียนแบบโดยเด็ดขาด)

น้องไหมกับพี่บัว

น้องไหมกับพี่บัว

แต่ถึงจะเมาจะมึนยังไงก็ตาม ผมก็ยังไม่ลืมดูแลลูกสาวทั้งสองให้มีความสุข ไม่อายลูกชาวบ้านชาวช่อง ด้วยการพาไปเที่ยวเกาะลอยยามเย็น (อีกแล้ว) พาไปดูเต่าทะเล รับอากาศบริสุทธิ์ และผมสัญญากับเธอว่า ปีนี (2553) ผมจะพาลูกทั้งสองไปเที่ยวแน่นอน

หลังจาก “ม.ต.ล.ว” ตลอด 5 วัน วันนี้เป็นวันแรกที่ต้องกลับมาทำงาน ด้วยความรู้สึกที่ยังเบลอนิดๆ แหะๆ ณ บัดนี้ ชีวิตของผมและพวกเพื่อนๆ ก็เริ่มต้นอีกครั้ง การต่อสู้กับชีวิตได้เริ่มต้นอีกครั้ง ที่ซึ่งผู้ที่ชนะในสังเวียนนี้เท่านั้น ที่มีที่ยืนอยู่แถวหน้า ส่วนผู้ที่ยังเอาชนะไม่ได้ ก็ต้องต่อคิวของความสำเร็จต่อไปทางด้านหลัง แต่ขอเพียงเราไม่หมดหวังเท่านั้น โอกาสที่เป็นผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าก็มีได้ทุกคน โชคดีปีใหม่ทุกท่านอีกครั้งครับ.

สวัสดีปีใหม่ 2553 (แบบคนไท๊ยคนไทย)


วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของปี 2552 ซึ่งจะบอกว่า “ทำงาน” ก็ไม่ตรงกับคอนเซปท์เท่าไหร่ เพราะวันนี้งานการไม่ต้องทำ บริษัทคู่ค้าที่ทำธุรกิจด้วย ต่างก็หยุดกันไปหมดแล้ว ตามหมายกำหนดการของวันนี้ก็คือ ตอนเช้ามีพิธีตักบาตร ตอนสายๆมีการแสดงต่างๆ จวบจนเกือบเที่ยงก็พร้อมใจกันไปร่วมฉลองงานปีใหม่ที่บริษัทจัดให้ พอมึนเมา เอ้ย อิ่มหมีพีมันได้ที่แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ใครจะไปฉลองต่อที่ไหนก็แล้วแต่ศรัทธา

บักจอห์นย่าง

บักจอห์นย่าง

เมื่อวานมีน้องที่ทำงานที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ได้นำของขวัญปีใหม่มาให้ เป็น “บักจอห์นย่าง” สีแดงหนึ่งขวด พอยื่นมือรับปุ๊บ ก็นึกถึงโฆษณาอันหนึ่ง “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง” ก็นึกขำ นี่มันจะแช่งหรืออวยพรหว่า แต่ยังไงก็ตาม มารยาทที่ดีก็ต้องรับไว้แหละครับ ไม่อยากได้เลยจริงจริ๊ง ฮ่าๆ

พูดถึงเหล้านี่ พี่ไทยเราไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เทศกาลไหนก็กินได้ยันเต ไล่ตั้งแต่ต้นปียันปลายปีเลยทีเดียว ไล่เรียงกันไปตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ไทย ปีใหม่จีน สงกรานต์ วันแรงงาน วันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งหลาย พี่ไทยเราสามารถทำตัวกลมกลืนกับเทศกาลทั้งหลายได้สบายบรื๋อ เหล้าเบียร์เพียบ … เอาง่ายๆเลย คนไทยบริโภคสุราเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชียเชียวนะครับ จากการวิจัยพบว่ามีคนไทยกว่า 15 ล้านคนที่นิยมบริโภคสุรา และคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ น่าภูมิใจจริงๆ

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มดื่มสุรามาตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ อาจเป็นเพราะมีรายได้เป็นของตนเองแล้ว และก็เป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ของหนุ่มโสดก็ว่าได้นะ เพราะเพื่อนๆผมก็ประพฤติแบบนี้กันเยอะ ถามว่าอร่อยไหม ไม่อร่อยหรอกครับ รสชาดขมขื่น เหมือนกลอนท่านสุนทรภู่ที่ว่า “โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย …

แต่ในความทุเรศอุบาทว์ของรสชาดสุรา ยังมีส่วนหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ นั่นคือ ความสนุกสนาน ความเพลิดเพลินในระหว่างเพื่อนฝูงในวงด้วยกัน มันบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ชัดเจนนัก เหมือนที่ปรมาจารย์โกวเล้งเคยพรรณนาไว้ว่า “ข้าพเจ้าหาได้ชมชอบในรสชาดของสุราไม่ แต่ข้าพเจ้ากลับนิยมชมชอบบรรยากาศในการร่ำสุรา …

พล่ามมาเยอะ ก็ถือโอกาสนี้ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดี สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง มีกำลังใจที่เข้มแข็งเพื่อต่อสู้กับโลกนี้ต่อไป เป็นที่รักของครอบครัว เพื่อนร่วมงาน มิตรสหาย และผู้คนทั้งหลายตลอดไป ส่วนตัวผมเองตอนนี้ ก็ขอตัวไปจัดการกับเจ้า “บักจอห์นย่าง” ขวดนี้ก่อน สุขสันต์วันปีใหม่ครับ แล้วพบกันอีกทีปีหน้านะครับ.

ภาพแห่งความทรงจำ


สมัยเด็กๆ ใครที่มีกล้องถ่ายรูปเป็นสมบัติส่วนตน นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีความศิวิไลเซชั่นอย่างมากกระนั้นเลยครับ เหมือนสมัยนี้ที่ใครถือไอโฟนหรือเจ้าแบล๊คเบอร์รี ก็ย่อมจะไม่ยอมเก็บไว้ในกระเป๋าเด็ดขาด จำเป็นต้องถือไว้ในมือ และยิ่งอยู่ในที่สาธารณชน ยิ่งต้องอวดบารมีด้วยการแชด หรือ ทวีตกันให้ลั่นลือไปทั่ว เหอะ เหอะ

AGFAMATIC 1008 POCKET

AGFAMATIC 1008 POCKET

หลายวันก่อน รื้อกล่องเก็บของสมัยพระเจ้าเหาที่หนึ่ง ก็พบเจ้าสิ่งนี้ “AGFAMATIC 1008 POCKET” แม่เจ้า มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ผมหยิบมันขึ้นมา ลูบๆคลำๆ นึกย้อนไปในอดีตว่า มันได้เคยเก็บภาพและความทรงจำดีๆอะไรเอาไว้บ้างนะ … อา ใช่แล้ว

กล้องตัวนี้ จำได้ว่าซื้อมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อนำมมใช้ในงานรับปริญญาของผมโดยเฉพาะ นั่นหมายถึงว่า มันมีอายุมากกว่า 20 ปีแล้ว และอาจจะมากกว่าเพื่อนๆหลายคนในชุมชนแห่งนี้ ในสมัยนั้นมันเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมาก เพราะขนาดที่เล็กกระทัดรัด เป็นกล้องปัญญาอ่อนที่ถ่ายง่าย เล็งนับหนึ่งสองสามแล้วกดแชะอย่างเดียว ตอนที่กำลังเล็งภาพก็หล่อซะด้วย ท่าจะเหมือนเจ้าไซคลอปในเรื่อง X-MEN เลยทีเดียว แต่น่าเสียดายว่า ตอนนี้ภาพเหล่านั้นล้วนสูญหายและสูญเสียไปตามกาลเวลาไปซะหมดแล้ว เหลือไว้แต่ความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือนได้

ผมนั่งนึกภาพที่เคยได้เห็นจากกล้องตัวนี้ ภาพของเพื่อน ภาพของความสุขที่จบการศึกษาในงานรับปริญญา และแม้กระทั่งภาพของเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกัน แต่ยังไม่จบ ต้องไปเรียนซ้ำกับรุ่นน้องอีกหนึ่งเทอม กำลังมองพวกเราด้วยดวงตาหมองเศร้า ภาพเหล่านี้เด่นชัดนัก หรือว่า อดีตเป็นการสอนให้เรารู้จักแก้ไข เพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาดอีกในอนาคต ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่ากล้องตัวนี้ ผมจะเก็บไว้เป็นความทรงจำอันงดงามในอดีตต่อไปครับ เพราะถึงแม้จะมีเงินเป็นหมื่นก็หาซื้อกล้องนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีขายแล้ว วันนี้เขียนมั่วไปเรื่อย ขอบคุณที่ตามอ่าน ฮ่าๆ.

เมื่อมี “ดอทคอม” เป็นของตัวเอง


หลังจากที่ได้ใช้งานเวิร์ดเพรสมาได้พักหนึ่ง ด้วยความอยากลองของโดยแท้ ตอนแรกก็สมัครไว้ที่ wordpress.com ซึ่งเป็นที่ให้ใช้บล็อกฟรี แต่ด้วยความอยากมีอิสระในการต่อเติมเสริมสวยให้บล็อก ก็เลยระเหเร่ร่อนไปอยู่ที่ PR.in.th แล้วด้วยความโลภก็ไปพักพิงกับ ByetHost.com ได้อีกพักใหญ่ จนตอนนี้ก็กลับมาซบตักของ PR.in.th เหมือนเดิม เหมือนเจ้าไม่มีศาลไม่มีผิดเพี้ยนเลยครับ ฮ่าๆ

ตอนนี้เริ่มมีปริมาณของบล็อกมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกำลังวังชาที่เหลืออยู่ เอ๊ะ มันเกี่ยวอะไรกันนี่ เมื่อเวลาผ่านไป ก็รู้สึกได้ว่า โฮสท์ไม่อยู่ยั้ง โดเมนนั้นสิที่ยืนยง จึงคิดว่าถ้าเรามีเจ้าโดมงโดเมนอะไรนี่ เป็นของตัวเองซักอันหนึ่งก็คงจะดี และเพราะผมชอบย้ายไปโฮสท์นั้นโฮสท์นี้อยู่เรื่อยๆ การจดทะเบียนโดเมนไ้ว้ แล้วสั่งให้มันชี้ไปที่โฮสท์ที่ผมไปอยู่ใหม่ น่าจะสะดวกกว่า แม้ว่าการย้ายโฮสท์แต่ละครั้ง อาจจะกินเวลาทำการนานเป็นวันๆ เพื่อให้ DNS มันอัพเดทเสียก่อนก็ตามที

อากู๋ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน

อากู๋ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน

การเริ่มต้นก็โดยการสอบถามจากอากู๋ผู้รู้ทุกเรื่อง ด้วยคำถามง่ายๆว่า “จดโดเมนที่ไหนดี” ผลก็คืออากู๋คาย เอ้ย แสดงออกมาเป็นสิบหน้า ก็ต้องเริ่มตั้งแต่หัวข้อแรกๆล่ะนะ เล็งอยู่นาน อ่านในเว็บบอร์ดก็จนตาเกือบเหล่ เพราะมันเยอะไปหมด แต่พออ่านไปๆก็พอจะได้ความว่า การจดโดเมนไม่ค่อยจะมีปัญหา การเช่าโฮสท์นี่สิที่เป็นปัญหาที่ต้องคิดให้มากว่าเจ้าไหนจะดีกว่ากัน

ดังนั้นจึงตัดสินใจอย่่างเด็ดเดี่ยว ทุ่มทุนมหาศาลกว่า 269 บาท กับผู้ให้บริการรายหนึ่ง เพื่อขอจดโดเมนมาเป็นของตน และก็โอนเงินให้วันที่สมัครเลย บังเอิญธนาคารอยู่หน้าบริษัทพอดี หลังจากคอนเฟิร์มกันทางอีเมล์สักพัก เค้าก็เมล์มาบอกว่าโดเมนแรกในชีวิตของผม active แล้ว ก็เข้าไปดูในเว็บอื่นลองพยายามจะเช็คโดเมนของผม ปรากฏว่าทุกที่บอกเป็นเสียงเดียวกันหมดว่า “Sorry, This domain has been registerd.” เป็นอันสำเร็จไปขั้นแรก

ขั้นต่อมาก็ไปที่โฮสท์ฟรีที่ผมอาศัยซุกหัวอยู่ ไปทำการ Addon Domain เป็นชื่อโดเมนใหม่ จด Name Server ของโฮสท์ไว้ แล้วกลับไปที่เวปที่จดทะเบียนไว้ ทำการเปลี่ยน Domain Name เป็นของโฮสท์ที่เราใช้อยู่ ก็เป็นอันเรียบร้อย

โดเมนแรกของผมในประวัติศาสตร์

โดเมนแรกของผมในประวัติศาสตร์

ขั้นตอนต่อไปก็คือการรอคอยอันแสนยาวนาน ตอนนี้โดเมนใหม่ของผมใช้การได้แล้ว และรวมระยะเวลาในการรอคอยให้โดเมนใหม่ใ้ช้การได้ก็ไม่มากมายอะไร … แค่ 30 ชั่วโมงเท่านั้นครับ.

ปล. โดเมนใหม่ของนายบอยก็คือ http://cymrybot.com นะึึครับ.

ครอบครัวหัวใจสีขาว


วันนี้ (24 ธ.ค.) สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมร จัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้พนักงาน ซึ่งก็จัดกันมาทุกปีและครับ แต่ที่สาขาศรีราชา จะจัดงานปีใหม่วันที่ 29 ธ.ค. ซึ่งผมคิดว่า มาจัดในวันสุดท้ายของการทำงานน่าจะดีกว่า ได้กิน(เหล้า)เลี้ยงกันเต็มคราบแล้วอีกวันก็หยุดปีใหม่ไปเลย มันได้อารมณ์ของวันหยุดปีใหม่เยอะกว่านะครับ

ครอบครัวหัวใจสีขาว

ครอบครัวหัวใจสีขาว

เป็นประจำแทบจะทุกปี ที่ทางบริษัทมักจะมีสโลแกนที่เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า แนวนโยบายการบริหารเพื่อให้บริษัทและพนักงาน เพราะมีความเชื่อที่ว่า องค์กรจะเจริญเติบโตแบบยั่งยืนได้ ก็ด้วยการที่มีบุคลากรที่มีความสุข ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และปลูกจิตสำนึกว่า บริษัทก็เหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง หรืออีกนัยหนึ่งคือ พวกเราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันนั่นเอง

ในปีนี้ก็เช่นกัน ก็ได้มีการติดแผ่นป้ายสีเขียวไว้ทั่วโรงงาน เขียนว่า “The White Heart Family” ใจความโดยย่อก็เป็นการรณรงค์เรื่อง “ครอบครัวหัวใจสีขาว” เน้นความสำคัญของสถาบันครอบครัว สถาบันที่เล็กที่สุด แต่กลับมีความสำคัญที่สุดก็ว่าได้ และได้แยกย่อยอีกว่า คนเราจะมีความสุขได้ก็ด้วย 8 ประการ นั่นคือ ใจเป็นสุข กายเป็นสุข หัวใจมีสุข ครอบครัวมีสุข การเงินมีสุข สังคมมีสุข และสุดท้ายก็คือ พักผ่อนอย่างมีสุข

ตอนสิบโมงเช้ามีการถ่ายทอดสด ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (Video Conference) จากกรุงเทพมาที่ศรีราชา โดยเป็นการให้โอวาทและมอบแนวนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างคร่าวๆของบริษัทในปีหน้า โดยมีกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นผู้บรรยาย พวกเราก็มีหน้าที่ฟังอย่างเดียว เจอแอร์เย็นๆ บรรยากาศสลัวๆ ก็มีบ้างที่แอบสัปหงก ฮ่าๆ

ไหมพรมประสานสามัคคี

ไหมพรมประสานสามัคคี

บรรยายเสร็จแล้วก็มีการร่วมสร้างพลังความสามัคคี โดยยืนล้อมกันเป็นวงกลม แล้วโยนม้วนไหมพรมสีต่างๆไปให้คนที่อยู่อีกฟาก โยนไปโยนมาจนเกือบหมดม้วน ก็ได้ผลแบบที่เห็นในภาพแหละครับ แต่นี่เป็นแค่การแสดงออกตามบทบาทที่ถูกสั่งให้ทำ ส่วนการทำงานในชีวิตจริง บางทีมันก็คนละเรื่องเดียวกันนะผมว่า.

Advertisement
พันธมิตรมาเยี่ยม
Advertisement
บล็อกเพื่อนพันธมิตร
บล็อกพ่อน้องติวเตอร์ บล็อกนายเอก บล็อกนายแม็กซ์ บอมบิคดอทคอม บล็อกโกศลทอล์ก บล็อกลิงกินผัก บล็อกไอ้ติวเตอร์ บล็อกที่ว่างของใจ บล็อกนายเม่น บล็อกหมออนาเมา บล็อกเก่งดอทคอม บล็อกพ่อน้องปันปัน บล็อกนายเดย์ บล็อกเซฟตี้7
บทความเก่า