Archive for January, 2010
น้ำมหาบำบัด
สองสามวันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องการจับกุม “ป้าเช็ง” ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ “น้ำมหาบำบัด” ที่มีการกล่าวว่ามีสรรพคุณล้นฟ้า รักษาโรคร้ายที่การแพทย์สมัยใหม่ไม่สามารถรักษาได้ เช่น มะเร็งร้ายรักษาหายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมค่อนข้างงงกับข่าว เพราะผมไม่รู้จักน้ำที่ว่าเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนมา ชาวบ้านชาวช่องเขาใช้กันโครมๆ จนป้าเช็งรวยเป็นร้อยๆล้านเข้าไปแล้ว

น้ำมหาบำบัด
แต่ว่าเพื่อนผมในที่ทำงานคนหนึ่ง เธอเสียอกเสียใจที่จะหาซื้อผลิตภัณฑ์ของป้าเช็งไม่ได้อีกแล้ว เพราะเธอเป็นสาวกของน้ำมหาบำบัดอย่างเหนียวแน่นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ดังรูปข้างบนครับ น้ำขวดนี้เธอใช้ทาหน้าเพื่อให้หน้าผ่องใส (ผมมองจนตาเหล่ยังไงก็ไม่เห็นผ่อง) ราคาก็ไม่มากมายอะไร แค่ขวดละ 1 พันบาทเท่านั้นเอง (ซื้อไปได้ไงหว่า ?)
ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งระงับการจำหน่าย “น้ำมหาบำบัด” และเตรียมตั้งข้อหาแก่ป้าเช็ง หรือ น.ส.ศิริวรรณ ศิริสุนทรินท์ อายุ 72 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์นี้ โดยห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำมหาบำบัดและน้ำเจียระไนเพชร มีสภาพเป็นกรดเหมือนน้ำส้มสายชู ถ้านำไปหยอดตาก็จะทำให้เกิดแสบร้อน (ก็น่าจะแสบนะ) และหากเป็นกรดที่มีความรุนแรงอาจทำให้เลนส์ตาได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังพบเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนทั้ง 2 ส่วน แต่ไม่ทราบว่าเป็นชนิดไหน ต้องใช้เวลาเพาะเชื้ออีกระยะหนึ่ง คาดว่าน่าจะทราบผลที่ชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้
จริงๆแล้ว เค้าบอกกันมาว่าการเอาพืชผักผลไม้มาหมักทำ “น้ำมูตร” มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้วนะครับ โดยใช้สมอ-มะขามป้อม-บอระเพ็ด มาหมักรวมกัน ซึ่งมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ไม่ใช่ใช้ในการรักษาโรคแต่อย่างใด
ข่าวนี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับ … แล้วคุณล่ะ เคยใช้บริการสิืนค้าของป้าเช็งบ้างหรือเปล่า ?
หลงป่า !!!
ความอยากรู้อยากเห็น เป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งเป็นผลพวงที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์โดยทั่วไป ใครจะรู้ว่าโทมัส อัลวา เอดิสัน ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าคนแรกของโลก ต้องทำการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่านับเป็นพันๆครั้ง กว่าจะได้หลอดไฟฟ้าหลอดแรกของโลก
อาจสงสัยกันว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยกับการ “หลงป่า” ?? ที่มาของมันก็คือ นับจากวันที่ผมเริ่มทำบล็อกด้วยเวิร์ดเพรส นับถึงวันนี้ก็ร่วม 5 เดือนแล้ว ไปอ่านที่บล็อกของ หมออนาเมา ท่านก็พูดเข้าหูตลอดว่าเข้าป่าหลงป่า อะไรทำนองนี้ ส่วนคุณพี่ ชรินทร์ ยิ่งแล้วใหญ่ อะไรๆก็ อเมซอน อะไรๆก็เสียว (SEO) เล่นเอาอ่อนหัดอย่างผมมึนตึ๊บยกกำลังห้า ยิ่งบล็อกของ นายเดย์ ก็เสียวเหมือนกัน แต่ช่วงนี้เสียวน้อยลงหน่อย เพราะท่านเพิ่งบอกว่าละทิ้งมานาน ตอนนี้จะลองเผาป่าอเมซอนอีกแล้ว อิอิ
ด้วยความอยากรู้ว่า “อเมซอนดอทคอม” คืออะไร ก็ต้องสรรหาเอาจากแหล่งต่างๆ และรวบรัดตัดความ ด้วยการเข้าไปสมัครมันซะเลย โบราณว่าไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสือเช่นไร

http://creative4future.blogspot.com
หลังจากสมัครเป็นสาวกของอเมซอนแล้ว ก็มาทำบล็อกอีกหนึ่งบล็อก เพื่อทำการโปรโมทร้านค้า aStore ของตัวเอง บล็อกใหม่นี้ชื่อ สร้างสรรค์สู่อนาคต ฟังดูมีสาระชาติตระกูล ที่แท้จะหัดขายของ ฮ่าๆ เนื้อหาก็ทำแบบที่เค้าแนะนำกันมาว่า ทำแบบรีวิวสินค้าแล้วแอบแปะลิงค์ไปที่ร้านของเราแบบเนียนๆเอาไว้ ลอกตามสูตรมาเป๊ะๆเลยครับ
นี่เป็นการเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆสำหรับการลองของใหม่ของผม เป็นอะไรที่แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำแบบเลยในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ต้องขอออกตัวก่อนว่า ต้องการจะ “ลองของใหม่” อย่างแท้จริงครับ มิได้มีเจตนาลบหลู่ท่านผู้ใดทั้งสิ้น และอีกอย่างก็คือ การลองของครั้งนี้ มีแต่ได้กับได้้ไม่มีเสีียสักนิด ทำนองที่ว่า “ชีวิตนี้ มีแต่กำไร” ไงครับ แต่สังหรณ์ใจอยู่อย่างว่า การเดินป่าครั้งนี้ จะเข้าไปได้อย่างง่ายๆ แต่หาทางออกยากนี่สิ.
วงแหวนแห่งไฟ
จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเฮติเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 70,000 คนครับ เยอะมากจริงๆ ผมว่าความสูญเสีียครั้งนี้น่าจะมากกว่าเหตุการณ์สึนามิปี 2547 เสียอีกนะครับ เพราะคราวนั้นแบ่งความสูญเสียไปในหลายประเทศ แต่ครั้งนี้มาจุกอยูที่เฮติประเทศเดียว และอีกอย่างคราวนี้เกิดบนแผ่นดินทำให้ความรุนแรงเป็นเท่าทวีคูณ
จากการค้นหาจากอินเตอร์เนตก็พบว่า ประเทศเฮติ (Haiti) ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลา (Hispaniola) อยู่ในทะเลแคริบเบียน มีพื้นที่ 10,714 ตารางไมล์ (27,750 ตารางกิโลเมตร) มีเมืองหลวงคือกรุงปอร์โตแปรงซ์ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากคิวบา

วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)
ถ้าดูจากรูปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของประเทศเฮติ พบว่าอยู่ใกล้กับบริเวณที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)” ซึ่งเป็นบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดได้ง่ายและบ่อยครั้งที่สุด มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า มีความยาวรวมกันประมาณ 40,000 กิโลเมตร และวางตัวตามแนวร่องสมุทรหรือแนวของหมู่เกาะ 90% ของแผ่นดินไหวและ 81% ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลก อยู่ในบริเวณวงแหวนแห่งไฟนี้ จากรูปจะเห็นว่ากินเนื้อที่ตั้งแต่หมู่เกาะชวา ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เลาะไปถึงทวีปอเมริกาเหนือและใต้เลยทีเดียวครับ
ประเทศไทยเราก็มีพื้นที่ทางภาคใต้ที่อยู่ในบริเวณของวงแหวนแห่งไฟเช่นกัน แต่นับว่ายังโชคดีที่ยังไม่เคยเกิดเหตุการณืวิปโยคแบบที่เฮติเผชิญอยู่ในขณะนี้ แต่ใช่ว่าโอกาสนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น อนาคตไม่มีใครรู้ได้ ขอให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทก็แล้วกัน.
โศกนาฏกรรม … เฮติ
เช้ามืดวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ชาวไทยส่วนใหญ่กำลังหลับสบายด้วยอากาศที่เย็นสบาย ในอีกเกือบซีกโลกหนึ่งกำลังพบกับภัยพิบัติใหญ่หลวงด้วยภัยธรรมชาติรุนแรง นั่นก็คือแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ที่ประเทศเฮติ ซึ่งเป็นประเทศที่นับได้ว่ายากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตกเลยก็ว่าได้ เพราะประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 2 ดอลล่าร์สหรัฐต่อวันเท่านั้น
มีผู้คนจำนวนหลายแสนของกรุงปอร์โตแปรงซ์ โชคดีรอดชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ แต่โชคร้ายที่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ตลอดจนได้รับบาดเจ็บทางร่างกายหรืออย่างน้อยก็ในทางจิตใจล่ะึครับที่คงจะย่ำแย่สุดจะเยียวยา ต้องอาศัยท้องถนน, ทางเดินเท้า, และสวนสาธารณะ เป็นที่พักผ่อนเป็นคืนที่สองในคืนวันพุธ ทำให้นครหลวงแห่งนี้ กลายเป็นค่ายอพยพขนาดยักษ์ทว่าขาดแคลนอุปกรณ์ความช่วยเหลือที่พอเพียงต่อความต้องการ เห็นแล้วน่าสลดใจ น่าสังเวชมาก

โศกนาฏกรรม ... เฮติ
แล้วประเทศยากจนสุดๆอย่างเฮติเอง ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่และเครื่องไม้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่เตรียมไว้สำหรับรับวินาศภัยอันใหญ่โตเช่นนี้ เพราะตามข่าวบอกว่า นี่เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปีที่เดียว ส่วนความช่วยเหลือจากนานาชาติ ซึ่งหลายๆประเทศรวมทั้งประเทศไทย ก็ประกาศเข้าร่วมการปฏิบัติการกู้ภัยครั้งมโหฬารนี้แล้ว แต่ก็ยังต้องมีช่วงเวลาในการเตรียมการ และเพิ่งเริ่มต้นทยอยถึงเขตประสบภัยเมื่อไม่นานนี้เองครับ ดูจากรูปแล้วน่าสงสารจริงๆ นึกๆไปแล้วคล้ายๆกับเหตุการณ์ึคลื่นยักษ์สึนามิุุถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันเมื่อปี 2547 ซึ่งมีผู้เสียชีวิัึตทั้งสิ้นกว่า 220,000 คนทีเดียวครับ
นายฌอง-มากซ์ แบลเลอริฟ นายกรัฐมนตรีเฮติเปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันพุธ (13) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ที่มีศูนย์กลางห่างจากกรุงปอร์โต แปรงซ์ไม่ถึง 16 กิโลเมตร อาจมีจำนวนมากกว่า 100,000 ราย แม้จะยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงได้อย่างชัดเจนในเวลานี้ก็ตาม
ขณะที่ประธานาธิบดีเรอเน่ เพรวาล กล่าวกับซีเอ็นเอ็นเช่นกันว่า จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตแน่นอนแล้วราว 30,000 – 50,000 คน ส่วนประชาชนอีกนับล้านคนที่อาศัยอยู่อย่างแออัดทั้งในกรุงปอร์โต แปรงซ์ และพื้นที่โดยรอบเมืองหลวงต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย
ก็ได้แต่ภาวนา ส่งแรงใจไปช่วยพี่น้องร่วมโลกชาวเฮติในครั้งนี้ด้วยครับ ขอแสดงความเสียใจด้วย ครั้งนี้ธรรมชาติลงโทษมนุษย์โลกที่แทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้อิโหน่อิเหน่รุนแรงจริงๆ.
พัฒนาการ
นับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้ว ที่น้องไหมลูกสาวคนเล็กของผม ได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ Kodomo Day Care (ฟังดูเหมือนชีวิตรันทด) วันแรกๆ น้องไหมก็เป็นเหมือนเด็กส่วนใหญ่ที่ต้องเข้าเรียนเป็นวันแรกก็คือ “ร้องไห้” และไม่ได้เป็นเฉพาะน้องไหมนะครับ เด็กที่มาเรียนในวันแรกทั้งหมด 5 คน ก็ร้องไห้ทุกคนเลย
จากวันแรกจนถึงว้นนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถรู้ได้คือ น้องไหมปรับตัวเข้ากับสังคมเล็กๆนอกบ้านได้ดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้ีดีขึ้น สามารถตักอาหารเข้าปากเองได้ ที่สำคัญคือดูเธอมีความสุขที่ได้เล่นกับเพื่อนวัยไล่เลี่ยกัน ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่บ้านให้ยายเลี้ยง อาจจะเป็นเพราะความแตกต่างของอายุก็เป็นได้ครับ เดี๋ยวนี้ตอนเช้าพอจับอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จแล้ว น้องไหมจะรู้ทันทีว่าจะพาเธอไปไหน แทนที่จะงอแงไม่อยากไป ที่ไหนได้กระดี๊กระด๊าใหญ่เลย แถมเอามือชี้ไปที่รถเป็นการบอกว่าพาไปโรงเรียนได้แล้ว เป็นงั้นไป
ตอนนี้น้องไหมอายุ 1 ขวบ 7 เดือน เท่าที่ผมพยายามเข้าไปอ่านตามอินเตอร์เนตเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็กเล็ก พบว่าพัฒนาการของน้องไหมในตอนนี้ เป็นไปตามปกติของเด็กทั่วไปไม่มีอะไรผิดปกติ ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง ก็แบบนี้แหละครับ คนเป็นพ่อเป็นแ่ม่ย่อมเป็นห่วงกลัวลูกจะเป็นโน่นเป็นนี่ไปเสียหมด ลำพังเจ้าโรคต่างๆที่สังเกตเห็นจากภายนอกได้ ผมไม่ค่อยกลัวครับ กลัวพวกโรคที่ซ่อนอยู่ที่เรามองไม่เห็น เช่น พวกโรคที่เกี่ยวกับทางด้านอารมณ์หรือจิตใจอะไรนี่แหละครับ

ของเล่นพัฒนาการเด็ก
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ของเล่นใหม่ของน้องไหม เรียกอะไรผมก็เรียกไม่ถูกเหมือนกัน โปรดดูรูปเอาเองก็แล้วกัน แต่ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับน้องไหมหรือเด็กทั่วไปในวัยนี้ครับ เอาไว้สอนลูกให้รู้จัก ก ไก่ ข ไข่ … คิดๆไปแล้วน่าอิจฉาเด็กสมัยนี้นะครับ มีของเล่นเสริมพัฒนาการมากมาย ไม่เหมือนตอนที่ผมยังเด็กๆ จำไม่ได้เลยว่า พ่อแม่สอนกอไก่ขอไข่ด้วยวิธีอะไร ฮ่าๆ.