Archive for September, 2009

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ


คนตักน้ำคนหนึ่ง แบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่า เพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิและสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง … แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกลจากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า ถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน ถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่องของตัวมันเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ที่มันถูกสร้างขึ้นมา

หลังจากเวลา 2 ปี … ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น

วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า “ข้ารู้สึกอับอายตัวเอง เป็นเพราะรอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า ที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทางที่กลับไปยังบ้านของท่าน” คนตักน้ำตอบว่า “เจ้าเคยสังเกตุหรือไม่ว่า มีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า … แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ … ข้าจึงหว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า และทุกวันที่เราเดินกลับ … เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถเก็บดอกไม้สวยๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้”

คนเราแต่ละคน ย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง … แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ …

สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง.

In your heart


ข่าวที่พระองค์ท่านทรงประชวร มีพระปรอท(เป็นไข้) เสวยได้น้อย ทำให้เหล่าพสกนิกรคนไทยทุกคน ซึ่งรวมทั้งผมด้วย มีความวิตกกังวลด้วยความเป็นห่วงพระองค์ท่าน คงไม่ต้องกล่าวให้มากความว่าทำไม ทุกคนมีคำตอบนี้อยู่ในใจ แต่ค่อยโล่งอก ที่ตอนที่เขียนอยู่นี้ พระปรอทลดเกือบเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังทรงเสวยได้น้อยอยู่ …

ขอพระองค์หายไวๆ มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงเร็วๆด้วยเถิด

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

รักตนเอง รักครอบครัว รักบริษัท

ปรัชญาเพื่อการทำงานและชีวิตของ ดร. เทียม โชควัฒนา
ที่มา หนังสือ 365 วัน ร่วมกันทำดี

ความรักตัวเองจากการดำเนินชีวิตนั้น มิได้หมายถึงความเห็นแก่ตัว แต่หากเป็นการหมั่นพัฒนาตนเอง สร้างฐานะให้กับตนเองอยู่เสมอ เพราะความรักตัวเองอย่างนี้ จะทำให้เราเป็นคนหมั่นพัฒนาตนทั้งทางด้านความรู้ ประสบการณ์และคุณธรรม หมั่นศึกษาจากการอ่าน ศึกษาจากเพื่อน ไม่เกี่ยงงาน ไม่กลัวงานหนัก จะได้ใช้ความรู้ได้ และประสบการณ์นั้นเก็บไว้ใช้เป็นทุนในการทำงานที่จะสะดวกสบายเมื่อปลายมือ

คนเราต้องรักครอบครัว เมื่อยังเป็นหนุ่มยังไม่ได้แต่งงาน ก็ต้องรักพ่อแม่พี่น้อง ยอมทำงานหนักเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องสบายอย่างคนที่รู้จักเสียสละ

ถ้าเราไม่พัฒนากิจการของเราตั้งแต่ที่เรายังหนุ่มแน่นมีพลัง ถ้ามีครอบครัวแล้วลูกเมียก็จะต้องลำบาก เพราะถ้าครอบครัวใหญ่แล้วทำธุรกิจที่มีรายได้น้อย ก็จะไม่พอกินพอใช้ คนที่รักและห่วงใยในครอบครัวในอนาคตเขาจะต้องขวนขวายใช้สายตาที่ยาวไกล มองหาลู่ทางในการขยับขยายธุรกิจเพื่อให้ลูกๆ หลานๆ ในอนาคตไม่ต้องลำบาก

เมื่อมีครอบครัว ท่านก็ต้องรักครอบครัว ดูแลเอาใจใส่ทุกคน รับผิดชอบต่อครอบครัว ทำงานหนักและไม่ข้องแวะอบายมุข การคัดเลือกพนักงานก็ต้องเลือกคนที่มีความรับผิดชอบและเอาใจใส่ต่อครอบครัว ความก้าวหน้าและการเติบโตของบริษัท จะเกิดจากความรักในครอบครัวของผู้บริหารและเขาต้องชี้แนะให้ลูกน้องของเขา เป็นผู้ดูแลเอาใจใส่รับผิดชอบครอบครัวของพวกเขาด้วย

ทำงานอยู่ในบริษัทไหนก็ต้องรักบริษัทนั้น อยากให้บริษัทเจริญไปเรื่อยๆ เกินกว่า 100 ปี ได้ยิ่งดี ความรักบริษัทจะทำให้คนเรามีพลังทำงานด้วยหัวใจที่อุทิศ ขยันขันแข็ง ไม่คิดเอาเปรียบบริษัท ไม่ย่อท้อกับการทำงานที่ยากลำบากทั้งปวง.

Lyin' Eyes – Eagles



The Eagles เป็นวงอเมริกันร็อก เริ่มก่อตั้งวงในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย ในช่วงต้นทศวรรษที่ 80 สมาชิกในปัจจุบันคือ เกลนน์ เฟรย์, ดอน เฮนลีย์, ทิโมธีบี ชมิท และโจ วอล์ช

“Lyin’ Eyes” ได้รับรางวัลแกรมมี่ ประจำปี 2518 สาขาการร้องเพลงป็อปยอดเยี่ยม โดยนักร้องกลุ่มหรือประสานเสียง นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ผลงานชุดยอดเยี่ยมแห่งปี ส่วนซิงเกิ้ลเพลง “Lyin’ Eyes” ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลแผ่นเสียงยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย เพลงที่มีชื่อเสียงอื่นๆอีกก็เช่น Take it easy, Desperado, Hotel California และ One of these nights เป็นต้น

เพลงนี้ได้ฟังมานานแล้ว ฟังสบายๆ คึกคักนิดๆ เวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เพลงนี้เป็นเพลงที่ต้องขอเป็นอันดับต้นๆ ยกให้เป็น my favourite song เพลงหนึ่งเลยครับ.

รู้น้อย ไม่เกี่ยงงาน

ปรัชญาเพื่อการทำงานและชีวิตของ ดร. เทียม โชควัฒนา
จาก หนังสือ 365 วัน ร่วมกันทำดี

คนเราเมื่อมีโอกาสเรียนหนังสือน้อย ต้องตระหนักให้ดีว่าเรียนมาน้อย แต่อย่าให้การศึกษาที่มีอยู่น้อยเป็นอุปสรรคขัดขวางความก้าวหน้า ในทางตรงกันข้าม ต้องเป็นคนที่เอาใจใส่ต่อการศึกษานอกห้องเรียนให้มาก

เมื่อเรียนมาน้อย ก็ต้องรักการอ่านและการฟัง อ่านข่าวและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดและความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างสม่ำ เสมอ ต้องเป็นคนช่างซักช่างถาม เพื่อเสาะหาความรู้จากผู้ที่มีความรู้ ผู้มีประสบการณ์เสมอ แล้วจดจำบทเรียนต่างๆจาก การอ่าน การฟ้ง และการทำงานร่วมก้บคนอื่นไว้ เมื่อมีความรู้แล้วก็ต้องนำความรู้เหล่านั้นมาพินิจพิเคราะห์พิจารณา เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการทำงาน อย่ามัวแต่คิดว่า การที่ได้เรียนมาน้อยเป็นปมด้อยที่ทำให้เราเกิดความท้อถอยในขณะที่ต้องแข่้งขันในเชิงธุรกิจ

ในการทำงานต้องทำให้ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การแบกของเยี่ยงจับกัง การซื้อของไปขาย การออกไปพบลูกค้า เพื่อรับการสั่งของจากลูกค้า อย่าเกี่ยงงาน ต้องถือว่าการมีโอกาสได้ทำงานก็คือ การมีโอกาสที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับเรา แล้วต้องทำด้วยความเต็มใจ เต็มความสามารถ

คนเราหากมองว่าโอกาสของการได้ทำงานเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ ก็จะมีนิสัยไม่เกี่ยงงาน แต่ถ้าหากคนเรามัวแต่เลือกงาน อาจจะไม่มีโอกาสได้ทำงาน แล้วจะเอาประสบการณ์มาจากไหน จงยอมเหน็ดเหนื่อยยอมลำบากกับงานใหม่ๆ เพื่อความรู้และประสบการณ์ แม้จะเรียนมาน้อย แต่ยอมทำงานมาก ก็จะมีความรู้ มีประสบการณ์ที่สะสมไว้ใช้เป็นทุนต่อไป

คนเราคิดได้อย่างนี้ก็จะไม่ย่อท้อกับการต่อสู้ และจะขยันทำงานหาประสบการณ์ด้วยความถือมั่นว่า การเรียนรู้และสู้งาน คือ พื้นฐานของความสำเร็จ.

Advertisement
พันธมิตรมาเยี่ยม
Advertisement
บล็อกเพื่อนพันธมิตร
บล็อกนายแม็กซ์ บล็อกโกศลทอล์ก บล็อกหมออนาเมา บล็อกเซฟตี้7 บล็อกนายเอก บล็อกนายเดย์ บล็อกลิงกินผัก บล็อกนายเม่น บล็อกไอ้ติวเตอร์ บล็อกพ่อน้องติวเตอร์ บอมบิคดอทคอม บล็อกพ่อน้องปันปัน บล็อกเก่งดอทคอม บล็อกที่ว่างของใจ
บทความเก่า