เที่ยววัดจีน
เมื่อวานผมขอลาหยุดงานหนึ่งวัน เพราะมีธุระต้องพาน้องบัวไปรพ.ตามที่คุณหมอนัด ผลการเอ็กซเรย์พบว่า กระดูกติดกันสนิทดีแล้ว เหลือแต่การทำกายภาพบำบัดให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมเท่านั้น ดีใจมากครับ
พอตรวจเสร็จ ผมก็ไปส่งน้องบัวที่โรงเรียน ขากลับเหลือบเห็นวัดจีนวัดหนึ่ง ที่ปกติวันหยุดจะคนมาสักการะเยอะมากๆ แต่วันนี้ไม่ค่อยมีคนแฮะ ก็เลยหมายตาว่า วันนี้จะมาถ่ายรูปให้ดูซะหน่อย พออ่านถึงตรงนี้ คงนึกด่าในใจว่า บ้าป่าวฟระ จะถ่ายรูปวัดจีนเนี่ยนะ ฮ่าๆ ใจเย็นๆครับ ไหนๆสมเด็จฮุนเซนก็ปล่อยตัวคุณศิวรักษ์แล้วตามคำขอร้องของอดีตนายก … อ้าว นอกเรื่องจนได้ ผมกำลังจะบอกว่าวัดนี้ เป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ทำด้วยทองคำ 18K แห่งเดียวในโลก และใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเชียวนะครับ

ศาลเจ้าเพียวเยี้ยงไท้
ผมมาที่วัดนี้ตอนเย็นแล้ว เพราะคิดว่าคงจะหลงเหลือผู้ที่มีจิตศรัทธาไม่มากนัก จะได้สะดวกในการถ่ายภาพ ทั้งที่ก็ไม่ได้ถ่ายสวยอะไรหรอก ฮ่าๆ ทีนี้ก็มาดูประวัติของวัดนี้สักเล็กน้อยนะครับ วัดนี้มีชื่อว่า “พุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา” ก่อตั้งเมื่อปี 2544 โดยคนไทยเชื้อสายจีนที่มีความผูกพันทางจิตใจ และเลื่อมใสอย่างลึกซึ้ง และด้วยศรัทธาแรงกล้า ในพุทธศาสนาของชาวจีนจากอดีตกาลปลูกฝังมาจนถึงชาวไทยนั่นเองครับ

พระสังกัจจาย
เข้ามาภายในวัด จะพบกับพระสังกัจจายก่อน รูปลักษณ์ของท่านก็เป็นพระจีนใจดี ยิ้มร่าด้วยความเมตตาแหละครับ เดินเข้ามาอีกหน่อยก็พบกับศิลปะบนฝาผนัง รูปค่อนข้างใหญ่ ภาพที่นำเสนอก็น่าจะเกี่ยวกับจินตนาการของจิตรกรนะครับ สุดจะคาดเดาหรือรู้เรื่องว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

ภาพวาดประดับฝาผนัง
ต่อจากนั้น เราต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกนิดนึง ก็จะพบกับห้องโถงใหญ่มาก มีรูปมาให้ดู แต่จนด้วยเกล้าที่จะหาชื่อและรายละเอียดของทั้งสามท่านได้ครับ

3 เซียน
ขึ้นบันไดไปอีกหลายขั้นอยู่ แหม ตอนเย็นอากาศสดชื่นมาก มองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศาเลยทีเดียว ขึ้นมาถึงก็พบกับ “พระอวโลกิเตศวร” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “เจ้าแม่กวนอิม” นั่นแหละครับ

พระอวโลกิเตศวร
คงต้องสร้างความเข้าใจสักหน่อยว่า ที่เราเรียกว่า “เจ้าแม่กวนอิม” นั้นผิดนะครับ เพราะจริงๆแล้ว “พระกวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์” ที่ชาวโลกนับถือเป็นอันมาก นอกจากตามวัดจะมีรูปท่านอยู่ด้วยแล้วโบสถ์ที่สร้างเพื่อบูชาท่าน และร้อยทั้งร้อย รูปพระกวนอิมเท่าที่พวกเราเคยเห็นและรู้จักเป็นรูปผู้หญิง จนคิดไปว่าพระกวนอิมเป็นเพศหญิง ความจริงแล้วรูปเพศหญิงเป็นเพียงกายหนึ่งเท่านั้น ในจำนวน 32 กาย ไม่ใช่ว่าพระกวนอิมเป็นเพศหญิงนะครับ (ผมก็เพิ่งรู้นี่แหละ แหะๆ) เพราะฉะนั้นต้องเรียกว่า “พระกวนอิม” จึงจะถูกต้อง แต่มันไม่คุ้นปากนะผมว่า เรียกเจ้าแม่กวนอิมต่อไปคงไม่เป็นไรมั้ง
ดูกันใกล้อีกนิด เห็นพระพักตร์ที่เปี่ยมด้วยเมตตาไม๊เอ่ย? ก็ไปค้นประวัติความเป็นมาของท่านจากอากู๋ ก็ได้ใจความว่า องค์ท่านหล่อด้วยโลหะทอง 18 K สูง 12.69 เมตร (ท่านั่งประทานพร) โดยหล่อจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหล่อเป็นส่วนๆ แล้วมาประกอบที่ประเทศไทย นับได้ว่าเป็นรูปหล่อเจ้าแม่กวนอิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่จะใหญ่ที่สุดในโลกรึเปล่านี่ ไม่อาจทราบได้ครับ

พระอวโลกิเตศวร
สุดท้ายนี้ก็ซูมให้เห็นท่านใกล้ๆ ท่านใดได้มีโอกาสมาเที่ยวแถบภาคตะวันออก ก็แวะเวียนมาสักการะพระกวนอิม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองได้นะครับ และก็ขอให้ทุกท่านพบแต่ความสุขความเจริญและเป็นสิริมงคลนะครับ.
ไม่ได้มาเยี่ยมลุงบอยซะนานเลยครับ ^^ สงสัยเปลี่ยนจาก co.cc เป็น .pr.in.th อิอิ
ถูกต้องนะคร๊าบ แต่บล็อกไอ้ติวเตอร์ คอมเม้นท์ไม่ได้เลยน่ะ ไม่มีช่องให้ใส่รหัส captcha
เดี๋ยวผมจะรีบแก้ไขให้นะครับ ลองเปลี่ยนไปใช้ FireFox ดูผมลิ๊งค์โหลด FireFox ในบล็อกผมให้แล้วลองลงดูนะครับ
ได้ความรู้ใหม่เรื่องพระกวนอิมครับ พึ่งรู้เหมือนกันว่ามี 32 กาย รู้แต่เจ้าแม่กวนอิมจริงๆ และก็ดีใจกับคุณพ่อด้วยนะครับที่น้องบัวหายแล้ว คงโล่งละคราวนี้…..
สวยครับ…ช่วงที่น้องปัน ปัน มาเที่ยวระยองก็ไม่ได้พาไปเที่ยว เดี๋ยวต้องหาโอกาสนัดแนะกับแม่น้องปัน ปัน แล้วต้องจองคิวว่างพาปัน ปัน ไปเที่ยวมั่งครับ
ภาพสวยดีครับ ดีใจกับน้องบัวด้วย จะได้กลับมาเล่นซุกซนอีกครับได้ ฮาๆ
ศิลปะวัดจีนที่สวยงามไปอีกอย่างของอีกนิกายในพุทธศาสนา (ภาพพระอวโลกิเตศวร
สวยมากครับ)