เข้าสู่ช่วง … จิตตก


ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปประมาณ 2 อาทิตย์ได้ ก็มิได้หายไปไหนหรอกครับ เพียงแต่มีงานเยอะมาก เลยแม้แต่เวลาที่จะไปเยี่ยมเพื่อนๆชาวบล็อกก็เลยพลอยน้อยไปด้วย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมกำลังทำงานอยู่ ตอนนั้นประมาณ 4 โมงเย็น คุณพ่อโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า “ไม่ต้องตกใจนะ พ่ออยู่โรงพยาบาล โดนรถชนขาหัก กระดูกโผล่ออกมานอกเนื้อ …” ตอนนั้นผมอึ้ง พูดอะไรไม่ออก !!!

พอได้สติ ผมรีบแจันไปที่โรงพยาบาล (เจ้าเก่าที่เคยผ่าตัดให้คุณแม่ผมที่เคยหกล้มขาหัก เื่มื่อสองปีก่อน และเพิ่งผ่าตัดแขนที่หักของน้องบัว ลูกสาวคนโตเมื่อสองเดือนก่อน อีกเช่นกัน) ในระหว่างที่ขับรถไป ผมอึ้งไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผม ในเวลาอันไล่เลี่ยกันเพียงแค่สองปี เพราะมันช่างรับไม่ได้จริงๆ ในคราวคุณแม่ของผม ใช้เวลากว่าครึ่งปี กว่าจะกลับมาเดินได้อีก แต่ก็ยังกระโผกกระเผกอยู่จนทุกวันนี้

ส่วนในรายของน้องบัว ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว สามารถยืดแขนได้ตรงแล้ว แต่เวลายืดให้ตรงสุดๆ จะมีอาการเจ็บอยู่เล็กน้อย

แต่ในรายคุณพ่อนี่สิ จากการสอบถามเบื้องต้น ปรากฏว่าแกขับรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นรถป๊อบ ปัญหาก็คือรถแบบนี้ จดทะเบียนไม่ได้ และไม่มีพรบ.คุ้มครอง ยังดีที่แกใช้สิทธิของบัตรผู้ประกันตนได้ และที่สำคัญก็คือ แกเลี้ยวรถกระทันหัน เลยโดนรถเก๋งชนที่ขาข้างขวา จนกระดูกหักครับ

ตอนนี้ก็รักษาตัวอยู่ได้ 5 วันแล้ว และยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งของคนในครอบครัว มันก็บั่นทอนกำลังใจของผมไปไม่น้อย แต่ผมรู้ดีว่าผมต้องรีบเสริมสร้างกำลังใจให้กลับคืนมาโดยเร็ว และจะท้อถอยไม่ได้เด็ดขาด วันนี้ขอจบแบบไม่มีภาพประกอบนะครับ เพราะภาพที่มีค่อนข้างหวาดเสียวไปหน่อย.

วันแห่งความรัก


อีกเพียงสองวัน ก็จะเป็นวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน และพร้อมกันนั้นก็เป็นวันแห่งความรักอีกด้วย ซึ่งเท่าที่จำได้ จะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก เพราะเท่าที่จำความได้ ตลอดสิบปีมานี้ ทั้งสองวันไม่ตรงกันเลยครับ

โดยส่วนตัวแล้ว ไม่มีความยินดียินร้ายอะไรกับวันทั้งสองนัก เพราะเป็นคนไทยแท้ (เท่าที่รู้มา จะมีปนหรือเปล่าไม่แน่ใจ แหะๆ) และวันแห่งความรักก็เฉยๆ เพราะตั้งแต่เริ่มหนุ่ม ไม่เคยได้มีประสบการณ์แบบรักครั้งแรก กับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่ผมใช้ชีวิตในวัยรุ่นหนุ่มได้ไม่คุ้มค่าเลยใช่ไม๊นี่ ฮ่าๆ

จะว่าไปแล้วก็มีอยู่หนึ่งครั้งที่ได้พบกับประสบการณ์รักครั้งแรก แต่ทว่ามันเป็นรักข้างเดียวเสียนี่ จำได้ว่าหลงเธอหัวปักหัวปำ แต่ไม่กล้าคุยด้วย มันเหมือนไฟสุมอก กลับถึงบ้านโยนกระเป๋านักเรียนแล้วนอนก่ายหน้าผากแบบคิดถึงมาก ว่างั้นเถอะ สมัยนั้นหนุ่มสาวเหมือนไฟกับน้ำมันเลยนะครับ เข้าใกล้กันไม่ได้เลย มันรู้สึกร้อนผ่าวเมื่อเข้าใกล้ สมัยเรียนหนังสือผู้หญิงนั่งหน้าห้องหมด ส่วนผู้ชายเหรอ เลือกโต๊ะที่อยู่หลังห้องเพื่อแอบมองสาวๆอยู่หลังห้องเกือบทุกคนแหละ รวมทั้งผมด้วย

สำหรับวันสำคัญทั้งสองที่จะมาถึงนี้ ผมก็ขออวยพรให้ทุกท่านได้แต๊ะเอียเยอะๆ ถ้าท่านมีเชื้อสายจีน หรือถ้าท่านเป็นผู้อาวุโสแล้ว มีหน้าที่ให้แต๊ะเอียแก่ลูกๆหลานๆ ก็ขอให้กระเป๋าไม่ขาดมีกินมีใช้ตลอดไป และขณะเดียวกัน ก็ขอให้ทุกท่านมีความรักต่อกัน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นความรักแบบหนุ่มสาวก็ได้ เป็นความรักความปรารถนาดีต่อผู้อื่นหรือผู้ที่อยู่รอบข้างก็ใช้ได้เหมือนกัน รู้รักสามัคคีกันในชาติให้มากๆนะครับ เออ อันหลังนี่ก็เป็นความรักเหมือนกันนะเออ

http://jewelry-ville.blogspot.com

http://jewelry-ville.blogspot.com

และในโอกาสนี้ ก็ขอเปิดบล็อกใหม่ เป็นบล็อกที่เกี่ยวกับของที่ระลึกพวกเครื่องประดับต่างๆ เหมาะที่จะซื้อให้เป็นของขวัญให้กับคนรัก ซึ่งเข้ากับวันแห่งความรักและวันตรุษจีน (เกี่ยวกันตรงไหนนี่?) มาฝากกันครับ เครื่องประดับเป็นของขวัญที่ล้ำค่า มีคุณค่าทางใจแก่ผู้ที่เป็นที่รักของเรามากนะครับ รูปแบบก็เป็นบล็อกแบบบ้านๆเลยแหละครับ เข้าไปชมกันได้ที่ บล็อกแห่งเครื่องประดับ ขอแอบประชาสัมพันธ์แบบเนียนๆนิดหนึ่ง อิอิ ก็ขอปิดบล็อกวันนี้ก่อนแค่นี้ครับ.

สองอาทิตย์แห่งความมึน


เป็นเวลาสองอาทิตย์ที่เฝ้าเวียนว่าย เอ้ย เดินเพ่นพ่านไปมาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในป่าอเมซอน ลองเดินไปทางนั้นบ้างทางนี้บ้างแบบงงๆ ด้วยความที่ใหม่กับมันมากๆ และก็คิดว่าถ้าจะทำบล็อกแล้วเอาสินค้ามาแนะนำ โดยผสมยำใหญ่ใส่อะไรๆเข้าไปในนั้นทั้งหมด ก็คงจะไม่ดีแน่ กลายเป็นบล็อกจับฉ่ายไปเสียอีก

ก็เลยทำบล็อกเพิ่ม และทำการแยกกลุ่มสินค้าออกไปอย่างชัดเจน วิธีการหาสินค้ามาโปรโมทก็มะงุมมะงาหรา แบบที่เค้าแนะนำกันมาว่า ให้หาสินค้าที่มีคู่แข่งน้อย ก็ไปหาในอากู๋ มันก็มีคู่แข่งเยอะมากทั้งนั้นแหละ หลังจากทำไปได้ 1 อาทิตย์ ทำการแก้ไขโค้ด CSS ไปมาให้สวยงาม พอทำไปๆ ปรากฏว่าทาง blogger ลบบล็อกผมไป 2 บล็อกทันทีแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงใดๆแม้แต่น้อย โดยข้อหาที่โดนแบนก็คือ เค้าบอกว่าผมเป็นสแปม เป็นงั้นไป

แต่แล้วหลังจากการมั่วเอาแบบครูพักลักจำ คิดเอาเองบ้าง เลียนแบบคนอื่นบ้าง สองอาทิตย์ผ่านไป ผลก็ออกมาเป็นดังนี้ครับ

ผลการทำงาน 2 อาทิตย์

ผลการทำงาน 2 อาทิตย์

ผมมองตัวเลข อย่างตอบตัวเองไม่ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดจากการพยายามของผม หรือเกิดจากการฟลุ้คสุดๆ ก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อผลออกมาแบบนี้ ก็คิดเอาเองว่า เราอาจจะมาถูกทางแล้ว หรือไม่ก็อาจจะทิ้งช่วงไปอีก 6 เดือน 12 เดือนเลย หรือ อาจจะไม่มีออร์เดอร์อีกต่อไปแล้ว ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ และในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ไม่สำคัญแล้ว เพราะผมได้พยายามแล้วนั่นเอง.

กวนอิมหยกขาว


ผ่านพ้นการอบรมอันแสนยาวนานตั้ง 3 วัน ในความรู้สึกของผม มันช่างนานเหลือเกิน วันนี้ก็เลยอัพเดทบล็อกเสียหน่อย ก่อนที่จะกลายเป็นบล็อกร้างไปก่อนเวลาอันควร แหะๆ

ผมชอบใช้เวลาว่าง ไปเที่ยวที่เกาะลอยเสมอๆ เพราะวิวทิวทัศน์สวยงาม อยู่ติดทะเล ได้รับลมทะเลสดชื่นปนเค็มนิดๆ :) เป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่ดีอย่างหนึ่ง และที่เกาะลอยก็มีสิ่งดีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเอามาให้ชมกัน นั่นก็คือ “พระกวนอิมหยกขาว” ที่ทำด้วยหยกทั้งก้อน และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครับ

พระกวนอิมหยกขาว

พระกวนอิมหยกขาว

ถ้าไม่ลืมเลือนกันไปเสียก่อน คงจำกันได้ว่า ผมเคยพาไป เที่ยววัดจีน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระกวนอิมทำด้วยทองคำ 18K ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาแล้ว แต่คราวนี้เรามาดูประวัติของพระกวนอิมที่ทำด้วยหยกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกันบ้าง

เทศบาลเมืองศรีราชา ได้จัดสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว ณ บริเวณเกาะลอย มีขนาดความสูง 4 เมตร เป็นองค์ที่ทำด้วยหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แกะสลักโดยช่างฝีมือจากพระราชวังจีน พร้อมด้วยสาวก 2 องค์ ขนาดความสูง องค์ละ 2 เมตร และมีกระถางธูป ขนาด 80 เซนติเมตร โดยจะประดิษฐานอยู่ในเก๋งมังกรจีน 8 เหลี่ยม 48 เสา มีหลังคาลดหลั่นกัน 3 ชั้น ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 20 เมตร สูง 20 เมตร เพดานภายในเก๋งมังกรจีนจะได้รับการออกแบบเขียนภาพมังกรแบบไทย โดยจิตรกรระดับชาติ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและกราบไหว้บูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมของผู้มาเยือน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

วันนี้เขียนแก้ขัดไปก่อนแค่นี้แล้วกันนะครับ สั้นๆง่ายๆเพราะหมดมุข ขอไปฝังมุขก่อน เอ้ย ไม่ใช่ ฮ่าๆ.

น้ำมหาบำบัด


สองสามวันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องการจับกุม “ป้าเช็ง” ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ “น้ำมหาบำบัด” ที่มีการกล่าวว่ามีสรรพคุณล้นฟ้า รักษาโรคร้ายที่การแพทย์สมัยใหม่ไม่สามารถรักษาได้ เช่น มะเร็งร้ายรักษาหายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมค่อนข้างงงกับข่าว เพราะผมไม่รู้จักน้ำที่ว่าเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนมา ชาวบ้านชาวช่องเขาใช้กันโครมๆ จนป้าเช็งรวยเป็นร้อยๆล้านเข้าไปแล้ว

น้ำมหาบำบัด

น้ำมหาบำบัด

แต่ว่าเพื่อนผมในที่ทำงานคนหนึ่ง เธอเสียอกเสียใจที่จะหาซื้อผลิตภัณฑ์ของป้าเช็งไม่ได้อีกแล้ว เพราะเธอเป็นสาวกของน้ำมหาบำบัดอย่างเหนียวแน่นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ดังรูปข้างบนครับ น้ำขวดนี้เธอใช้ทาหน้าเพื่อให้หน้าผ่องใส (ผมมองจนตาเหล่ยังไงก็ไม่เห็นผ่อง) ราคาก็ไม่มากมายอะไร แค่ขวดละ 1 พันบาทเท่านั้นเอง (ซื้อไปได้ไงหว่า ?)

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งระงับการจำหน่าย “น้ำมหาบำบัด” และเตรียมตั้งข้อหาแก่ป้าเช็ง หรือ น.ส.ศิริวรรณ ศิริสุนทรินท์ อายุ 72 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์นี้ โดยห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำมหาบำบัดและน้ำเจียระไนเพชร มีสภาพเป็นกรดเหมือนน้ำส้มสายชู ถ้านำไปหยอดตาก็จะทำให้เกิดแสบร้อน (ก็น่าจะแสบนะ) และหากเป็นกรดที่มีความรุนแรงอาจทำให้เลนส์ตาได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังพบเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนทั้ง 2 ส่วน แต่ไม่ทราบว่าเป็นชนิดไหน ต้องใช้เวลาเพาะเชื้ออีกระยะหนึ่ง คาดว่าน่าจะทราบผลที่ชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้

จริงๆแล้ว เค้าบอกกันมาว่าการเอาพืชผักผลไม้มาหมักทำ “น้ำมูตร” มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้วนะครับ โดยใช้สมอ-มะขามป้อม-บอระเพ็ด มาหมักรวมกัน ซึ่งมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ไม่ใช่ใช้ในการรักษาโรคแต่อย่างใด

ข่าวนี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับ … แล้วคุณล่ะ เคยใช้บริการสิืนค้าของป้าเช็งบ้างหรือเปล่า ?

Advertisement
พันธมิตรมาเยี่ยม
Advertisement
บล็อกเพื่อนพันธมิตร
บล็อกเก่งดอทคอม บอมบิคดอทคอม บล็อกนายแม็กซ์ บล็อกหมออนาเมา บล็อกลิงกินผัก บล็อกพ่อน้องปันปัน บล็อกพ่อน้องติวเตอร์ บล็อกโกศลทอล์ก บล็อกที่ว่างของใจ บล็อกเซฟตี้7 บล็อกนายเอก บล็อกไอ้ติวเตอร์ บล็อกนายเม่น บล็อกนายเดย์
บทความเก่า